เคล็ดลับ ดูแลแบตเตอรี่มือถือ ซ่อมมือถือ ให้อยู่กับเราไปนานๆ


 

ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ดลับ ดูแลแบตเตอรี่มือถือ ซ่อมมือถือ ให้อยู่กับเราไปนานๆ  (อ่าน 77 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

panne rattana

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 122
    • ดูรายละเอียด

หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือ ยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 หรือ 6 ของคนทั่วไปแล้วก็ได้ ด้วยความที่เทคโนโลยีต่างๆ ก้าวหน้าไปอย่างมากจึงทำให้โทรศัพท์มือถือ มีส่วนเข้ามาช่วยในการเรียนและทำงานมากขึ้น ช่วยให้สามารถติดต่อหากันได้สะดวกมากขึ้นด้วย App ต่างๆ ทำให้ยุคนี้ไม่จำเป็นต้องโทรหากันก็สามารถสื่อสารกันได้ แถมส่งภาพ ส่งวิดีโอหากันได้อีก เรียกว่าสะดวกขึ้นมากๆ

ในเมื่อโทรศัพท์มือถือช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสารได้มากขนาดนี้ เราก็ไม่ควรที่จะลืมดูแลให้ดีใช่ไหมล่ะครับ เพื่อที่โทรศัพท์แสนรักของเราจะได้อยู่กับเราไปนานๆ และไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ ให้เราต้องเปลืองเงิน โดยเริ่มดูแลที่หนึ่งในส่วนสำคัญของโทรศัพท์มือถือนั่นก็คือ แบตเตอรี่ นั่นเอง


6 เคล็ดลับ ดูแลแบตเตอรี่มือถือ ให้อยู่กับเราไปนานๆ
1.เลี่ยงการเล่นมือถือในขณะชาร์จ
– การที่จะให้โทรศัพท์มือถือสุดรักอยู่กับเราไปนานๆ นั้น การดูแลแบตเตอรี่ให้ดีก็เป็นส่วนสำคัญ เพราะเรียกได้ว่าแบตเตอรี่ก็เป็นหนึ่งในหัวใจหลักของเครื่องเลยทีเดียว ต่อให้มือถือสเปคแรงแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีแบตเตอรี่ก็ทำงานไม่ได้  ดังนั้นเราก็ควรจะดูแลแบตเตอรี่ให้ดี เริ่มด้วยการที่ไม่ใช้มือถือในขณะที่ทำการชาร์จแบตเตอรี่อยู่ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่ต้องทำงานมากกว่าปกติ และส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วนั่นเอง

2.ไม่ชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้
– ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ค้างทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ ควรจะหมั่นดูแลหากว่าชาร์จเต็มแล้วก็ให้ถอดออก และหากใครที่ชอบชาร์จแบตเตอรี่ค้างทิ้งไว้ตลอด 24 ชม. ก็ยิ่งไม่ควร เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว

3.แบตเตอรี่เกือบเต็มก็ไม่ควรชาร์จ
– หากว่าแบตเตอรี่ยังมีพลังงานเหลืออยู่มากๆ เราก็ไม่ควรที่จะรีบชาร์จ  เพราะแบตเตอรี่นั้นมีรอบอายุการชาร์จกำหนดไว้ ว่าแบตเตอรี่ตัวหนึ่งจะสามารถชาร์จได้กี่ครั้ง ดังนั้นเราจึงควรชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ใกล้จะหมดดีกว่าครับ เพื่อให้ใช้รอบชาร์จอย่างคุ้มค่า

4.แบตเตอรี่ใกล้หมดก็ชาร์จได้เลย
– ตามที่ว่ามาในข้อก่อนหน้านี้ คือให้รอแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วจึงค่อยชาร์จ โดยให้แบตเตอรี่เหลืออยู่ที่ประมาณ 35 – 40% จึงค่อยเริ่มชาร์จก็ได้ แต่ไม่ควรรอให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จ เพราะแบตเตอรี่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเรียกคืนประจุ นอกจากนี้ยังทำให้เครื่องร้อนอีกด้วย

เคล็ดลับ ดูแลแบตเตอรี่มือถือ ซ่อมมือถือ ให้อยู่กับเราไปนานๆ คลิ๊กที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=sYntSJn61LM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มีนาคม 2018, 08:21:52 PM โดย panne rattana »

DannaRapp

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด

บางอย่างก็คล้ายกับที่คนอื่นแนะนำเหมือนกัน แต่มันต้องดูว่าเป็นลิเที่ยมด้วยหรือเปล่าครับ