ผู้เขียน หัวข้อ: ฮับบะตุซเซาดะอ์  (อ่าน 69 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

teerawat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
    • ดูรายละเอียด

ฮับบะตุซเซาดะอ์
« เมื่อ: 20 มีนาคม 2018, 05:43:07 PM »



เป็นชื่อสมุนไพรชนิดหนึ่ง เป็นที่รู้จักกันดีเรียกว่า “เทียนดำ” ลักษณะของมันนั้นเมล็ดสีดำคล้ายกับงา รสชาติร้อนและขมเล็กน้อย
ฮับบะตุซเซาดะอ์
เป็นอาหารสุขภาพและสมุนไพรที่ใช้ประโยชน์จากตัวมันได้อย่างมากมาย การแพทย์สมัยก่อนนั้น นำ ฮับบะตุซเซาดะอ์ มาเป็นส่วน ประกอบในการบำบัดโรคทุกชนิดโดยอาศัยหะดีษ รายงานจากอบูฮุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่า แท้จริงท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ فِى الْحَبَّةِ السَّوْدَاءِ شِفَاءً مِنْ كُلِّ دَاءٍ إِلاَّ السَّامَ
((แท้จริงในเมล็ดฮับบะตุซเซาดะอ์นั้นมียารักษาสำหรับ ทุกโรคยกเว้นความตาย)) บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ 5687 และมุสลิม 5896
Seed น้ำBlack Oil เป็นสารสกัดมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ หรือ ที่จากเมล็ด ซึ่งดอกของมันมีชื่อเรียกว่า Nigella sativa ส่วนตัว
Seed น้ำBlack Oil เป็นสารสกัดมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ หรือ ที่
จากเมล็ด ซึ่งดอกของมันมีชื่อเรียกว่า Nigella sativa ส่วนตัว
เมล็ดนั้น บางทีเราก็เรียกว่า “เมล็ดสีดำ” บางทีก็เรียก “ยี่หร่าดำ”
ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว มันได้ถูกนำมาใช้ในแถบตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น ในอียิป์โบราณ เราจึงสามารถพบเห็นเมล็ดสีดำนี้ในสถานที่ฝังพระศพของ ฟาโรห์ Tutankhamen
**คุณประโยชน์ต่อสุขภาพของน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil)**
1ป้องกันมะเร็ง (Cancer Prevention)
ในงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่ง เราพบว่าสารสกัดในเมล็ดสีดำสามารถปกป้องเซลล์ที่มีสุขภาพดี และทำลายเซลล์ที่เป็นเนื้องอกหรือเนื้อร้าย ในขณะที่มันสามารถเพิ่มระดับของแอนตี้บอดี้ (antibodies) ในร่างกาย ซึ่งประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants), ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ รวมทั้งทุก ๆ องค์ประกอบที่มีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคมะเร็ง
2. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง (High In Antioxidants)
ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง จึงช่วยป้องกันการความเครียด (oxidative stress) ที่เกิดขึ้นกับเซลล์ และระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งสารสกัดไธโมควิโนน (thymoquinone) ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ได้แสดงให้เห็นว่า มันสามารถป้องกันโรคหัวใจ, โรคตับ และโรคไต จากการศึกษาทดลองในสัตว์
3. ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammatory)
จากการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) สามารถลดการอักเสบ โดยการใช้น้ำมันเมล็ดฮับบาตุซเซาดะฮ์ทาที่ผิวหนัง เพื่อลดความเจ็บปวด และบรรเทาอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ
4. ป้องกันอาการแพ้ (Antihistamine)
มันเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยต้านทานการปลดปล่อยฮิสตามีนของร่างกาย ที่เกิดจากการแพ้และการระคายเคือง โดยน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ได้แสดงให้เห็นว่า มันสามารถทำลายจุลินทรีย์ (microorganisms) ซึ่งเป็นเชื้อโรคขนาดเล็ก เช่น ไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย ในการทดสอบทางแลป (lab)
5. ต่อต้านแบคทีเรีย (Antibacterial)
ผลงานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) มีความสามารถในการทำลายเชื้อแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ ในระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งเชื้อรา, แคนดิดา (candida) และเชื้ออีโคไล (E. coli)
6. ลดความดันโลหิต. มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า สารสกัดสำคัญในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) สามารถลดความดันโลหิต
7. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

เจ้าหน้าที่ทางด้านสาธารณสุขของรัฐหลายคนกล่าวว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ด้วยการเพิ่มปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน และการผลิตสารแอนติบอดี้ (antibodies)
8. โลหิต
. การศึกษาในผู้ป่วย 152 ราย เมื่อปี 2003 พบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยลดอาการของโรคภูมิแพ้ และอาจจะเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับอาการแพ้ นอกเหนือจากนี้ ได้มีการศึกษาในผู้ป่วยอีก 600 ราย พบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ช่วยลดอาการแพ้ได้ถึง 70% ของกรณีศึกษา
9. รักษาโรคเบาหวาน (Diabetes)
จากการศึกษาพบว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลกลูโคสและระดับอินซูลิน ที่สมดุลหลังมื้ออาหาร
10. ส่งเสริมสุขภาพของระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Health) )
น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ได้แสดงให้เห็นว่า มันมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคหอบหืด และลดอาการของการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการไอ และโรคหลอดลมอักเสบ
11.

น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) ช่วยกระบวนการกำจัดสารพิษของร่างกาย ช่วยกระตุ้นน้ำดีในกระเพาะอาหาร และสามารถใช้เป็นยาระบาย
12. โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)
การศึกษาแสดงให้ว่า น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) สามารถช่วยขจัดความผิดปกติของการนอนหลับ เมื่อถูกนำมาใช้รับประทานก่อนนอน
13. สุขภาพผิวที่ดี (Healthy Skin)
น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) อาจมีประสิทธิภาพในการรักษาสิวเรื้อรัง
ดังนั้น ถ้าคุณต้องการที่จะทดลองใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) เพื่อเป็นยารักษาทางธรรมชาติ ที่ถือว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมวดอาหารเสริมแล้วล่ะก็ น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ที่สกัดด้วยวิธีบีบเย็น (cold-Pressed Oil) ที่บรรจุในรูปแคปซูล ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียว
ดังนั้น ถ้าคุณต้องการที่จะทดลองใช้น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil) เพื่อเป็นยารักษาทางธรรมชาติ ที่ถือว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมวดอาหารเสริมแล้วล่ะก็ น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ ที่สกัดด้วยวิธีบีบเย็น (cold-Pressed Oil) ที่บรรจุในรูปแคปซูล ถืได้ว่าเป็นสมุนไพรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียวอ
งานวิจัยเรื่อง “ฮับบาตุซเซาดะฮ์ : ศักยภาพในการเป็นตัวแทนต่อต้านอาการกระดูกพรุน”
<บทคัดย่อ> : เมล็ดฮับบาตุซเซาดะฮ์ได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่โบราณ เพื่อรักษาความเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ด้วยกับองค์ประกอบของสารอาหารที่สมบูรณ์ในตัวเมล็ด ซึ่งได้แก่ไธโมคิวโนน (thymoquinone) จากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่า ทั้งฮับบาตุซเซาดะฮ์ และไธโมคิวโนน สามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการกระดูกพรุน (osteoporosis )
สารอาหารที่สำคัญในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ (Black Seed Oil)
ในน้ำมันฮับบาตุซเซาะดะฮ์ (Black Cumin Seed Oil)ประกอบสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 100 ชนิด ซึ่งจะทำงานร่วมกัน จึงมีผลในการเสริมภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย ขจัดอนุมูลอิสระ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต ช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ลดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ช่วยปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนต่าง ๆ ทำให้ร่างกายคงความเป็นหนุ่มสาวอย่างสมบูรณ์ มีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ดังนั้น จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิธีธรรมชาติ
องค์ประกอบของสารอาหารที่สำคัญ
ในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ หรือ Black Seed Oil ประกอบด้วยสารพฤกษเคมี และสารอาหารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ในสัดส่วนที่เหมาะสมแก่การนำไปใช้บำบัดรักษาโรค และสร้างภูมิต้านทานโรค ได้แก่ :-
โอเมก้า 6 และ 3
โดยปกติในการปรับสมดุลในร่างกายนั้น โอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 ควรจะอยู่ในสัดส่วน 3:1 ในขณะที่สารสกัดที่ได้จาก Black Seed Oil ไม่ได้อยู่ในสัดส่วนนี้ แต่ช่วยทำให้เกิดขบวนการสร้างProstaglandin E1
•                     โอเมก้า 6 (กรดไลโนลินิก) มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย สมองและหัวใจ ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ
•                     โอเมก้า 3 (กรดลิโนเลอิก) หรือเราเรียกกันว่า Fish Oil จะพบได้เฉพาะในปลาทะเลน้ำลึกเท่านั้น มีสาร EPA ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด, ช่วยลดความดันโลหิต, คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์, ลดการอักเสบของข้อ, ช่วยในการสังเคราะห์ prostaglandin, และลดการหลั่ง serotonin ของเกร็ดเลือด จึงช่วยลดอาการไมเกรน และมีสาร DHA ช่วยบำรุงสมอง
 
Thymoquinone
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ, ช่วยต่อต้านการอักเสบ, ลดอาการปวด, ช่วยกระตุ้นการผลิตของน้ำดี, ช่วยในการเผาผลาญไขมันและล้างพิษ  นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันอาการหอบหืด ยับยั้งการหลั่งฮิสตามีน ซึ่งมีผลในการรักษาโรคภูมิแพ้บางชนิด  ได้มีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Thymoquinoneช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก, โรคหัวใจ, ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ, โรคพาร์คินสัน, โรคไขข้ออักเสบ, โรคอัลไซเมอร์, เส้นโลหิตแตกในสมอง (Strokes), โรคเบาหวาน, และมะเร็ง
Prostaglandin E1 (PGE1)
เป็นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของน้ำมันหอมระเหย ช่วยขยายหลอดเลือด, ช่วยระบบการทำงานของสมองและสารสื่อประสาท, ช่วยลดความดันโลหิต, ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน, กระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว, ลดอาการภูมิแพ้, การอักเสบของผิวหนัง,ช่วยขยายหลอดลม ช่วยในการหลั่งฮอร์โมนธัยรอยด์, และอินซูลิน
Nigellone
เป็นสารอออกฤทธิ์ที่มาจาก thymoquinone มีความสามารถในการรักษาความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคไอกรน
Saponin Melathin (Anti Parasit)
•                     มีคุณสมบัติทำความสะอาดที่ดี จึงถูกใช้เป็นยาระบายและทำลายปรสิต มันเหมาะสำหรับการทำลายเชื้อปรสิตในเด็กทารก ที่สมุนไพรส่วนใหญ่จะมีความรุนแรงมากเกินไป
•                     ช่วยส่งเสริมการดูดซึมของสารอาหาร ช่วยในการเผาผลาญอาหาร เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยเพิ่มขึ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร
•                     ช่วยส่งเสริมการทำความสะอาดลำไส้
วิตามิน B2 ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
วิตามินบี B1 ช่วยขบวนการเผาผลาญ ช่วยเสริมประสิทธิภาพระบบประสาทและสมอง ช่วยย่อยอาหาร สร้างความสดชื่นและกระปรี้กระเปรา
วิตามินบี B3 ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ช่วยส่งเสริม
สุขภาพของระบบประสาท, ผิวหนัง, ผม, ตา, ปาก, และตับ
เบต้าแคโรทีน อยู่ในพืชผักผลไม้สีเหลืองและส้ม มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณอย่างมาก คือ ต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant), ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง, ดูแลสุขภาพปอด, ช่วยในการมองเห็น, ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก, ต่อต้านริ้วรอย (anti-aging), ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค, ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง, ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดด
กรดอะมิโน 15 ชนิด เป็นองค์ประกอบของโปรตีน ในจำนวนนี้มีกรดอะมิโนที่จำเป็น 9ชนิด ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น
1.           Isoleusine เสริมสร้างการเจริญเติบโต สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท ทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ปกติ ช่วยให้ตับขับสารพิษได้ดี
2.           Leucine ช่วยบำรุงตับ
3.           Lysine เสริมสร้างการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิต้านทาน ป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับเชื้อไวรัส
4.           Methionine ป้องกันการสะสมไขมันในตับ ป้องกันโรคซึมเศร้า
5.           Phenylalanine ควบคุมการทำงานของเม็ดสีของเซลล์ และผิวหนัง เป็นสารช่วยถ่ายทอดข้อมูลจากสมองสู่ระบบประสาท
6.           Threonine เสริมสร้างการเจริญเติบโต ป้องกันไขมันเกาะตับ
7.           Tryptopan ช่วยสร้างสารสื่อประสาท และวิตามินบี 3 และช่วยให้หลับสบาย
8.           Valine เสริมสร้างการเจริญเติบโต รักษาสมดุลไนโตรเจนในเลือด
9.           Histidine จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ช่วยการทำงานของระบบประสาท
แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) คือกรดอะมิโน ที่ถือว่าเป็น “โมเลกุลมหัศจรรย์” มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล เพราะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide)เพื่อช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด ลดความดันโลหิต รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วยชะลอความชรา (anti-aging), และทำให้นอนหลับสนิท (deeply satisfying sleep)
เกลือแร่ต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, โซเดียม, โปตัสเซียม, เหล็ก,ทองแดง, สังกะสี, ซิลิเนียม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานของเอนไซม์ต่าง ๆ
•                     แคลเซียม ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูก ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูง
•                     ฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุสำคัญ ทำหน้าที่ร่วมกับแคลแซี่ยมในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยกระบวนการสร้างพลังงาน ช่วยกระบวนการเผาผลาญกรดอะมิโน และการสร้างโปรตีน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเอนไซม์ต่าง ๆ และกรดนิวคลิอิก ซึ่งมีความสำคัญต่อการส่งถ่ายพันธุกรรม
•                     โซเดียม ช่วยควบคุมสมดุลระหว่างแคลเซียมและโปตัสเซียม เพื่อควบคุมหัวใจให้ทำหน้าที่ปกติและสม่ำเสมอ, ช่วยการส่งผ่านสัญญาณประสาท (nerve impulse) ไปยังกล้ามเนื้อเพื่อให้หดตัว, ช่วยขบวนการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์, กระตุ้นประสาทให้ทำงาน และเป็นตัวเก็บเกลือแร่อื่น ๆ ให้อยู่ในร่างกาย
•                     โปตัสเซียม ช่วยร่างกายในการเผาผลาญไขมันและคาร์โบไฮเดรต โดยเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส (GLUCOSE) ให้เป็น GLYCOGEN ซึ่งพร้อมที่จะเก็บไว้ที่ตับ เพื่อใช้ให้พลังงานแก่ร่างกายในคราวจำเป็น, ช่วยกระตุ้นให้ไตขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย, ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ โดยให้มีการบีบตัวและรัดตัวดีขึ้น, ทำงานร่วมกับโซเดียมในการควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติ
•                     เหล็ก (Iron) ช่วยสร้างเฮโมโกลบิล ป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค
•                     ทองแดง (Copper) ช่วยป้องกันการเป็นโรคกระดูกพรุนได้, ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลที่ไม่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ทำให้ไม่เป็นโรคอ้วน, ช่วยแปรธาตุเหล็กให้เป็นเฮโมโกลบิลที่จำเป็นต่อร่างกาย คนที่ขาดแร่ธาตุทองแดง จะส่งผลทำให้เป็นโรคธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจาง
•                     สังกะสี (Zinc) ช่วยในการดูดซึมของวิตามิน, เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อย,ชะลอความแก่, ช่วยในการปฏิบัติงานของอินซูลิน, ช่วยต่อมลูกหมากทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ป้องกันมิให้เป็นหมัน, ช่วยรักษาแผล, ป้องกันสิว, ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล, ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก
•                     ซีลีเนียม ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง, ป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด, ช่วยฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย, ช่วยยับยั้งความเสียหายของ chromosome, ช่วยต่อต้านสารพิษและโลหะหนักไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย, ช่วยลดปัญหาภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย, และความผิดปกติในสตรีวัยหมด ป้าย
•                     โรคหัวใจ
มันฮับบาตุซเซาดะฮ ที่สกัดมาจากฮับบาตุซเซาดะฮฺ (Black Seed)ของอียิปต์ ด้วยวิธีบีบเย็น (cold pressed)ซึ่งสามารถรักษาคุณค่าของสารอาหารที่อยู่เมล็ดสีดำนี้ ได้อย่างมากที่สุด เป็นน้ำมันสกัดบริสุทธิ์เข้มข้น 100% ไม่มีการเจือสี กลิ่น รส หรือเจือปนสารเคมีใด บรรจุในรูปแคปซูล สะดวกในการรับประทาน
– มีตรารับรองผลิตภัณฑ์สมุนไพรแผนโบราณ JAMU จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้พืชสมุนไพร ในการทำยาบำบัดรักษาโรคมาช้านานกว่าพันปี
– มีตรารับรองฮาลาล Halal ตัวแคปซูลปราศจากเจลาติน หรือสารต้องห้ามในกาไม่ระบุชื่อ24 สิงหาคม 2555 21:23
HABBATUSSAUDA จัดอยู่ในประเภทของพืชสมุนไพรค่ะ เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากเมล็ดฮับบะตุซเซาดะฮ์ ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่เจริญเติบโตอยู่ในแถบตะวันออกกลาง และใช้ในการบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ และเสริมภูมิต้านทานโรค มาช้านานกว่า 3,000ปี มีองค์ประกอบของสารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกายมากกว่า 100ชนิด ดังนั้น จึงสามารถนำมารับประทาน เพื่อบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ ได้ทุกโรค
และสำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวนั้น ก็สามารถทานได้ค่ะ ยิ่งเป็นการดีเลยที่คุณได้ทานมัน เพราะว่า ด้วยคุณสมบัติของสมุนไพรจะช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง ไม่เป็นหวัด หรือติดเชื้อง่าย ช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมนในวัยสูงอายุ ช่วยชะลอวัย ป้องกันความเสื่อมของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย ไม่เหนื่อยง่าย นอนหลับได้ลึกหรือหลับสบายชึ้น ที่สำคัญมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็ง และเนื้องอก ฯลฯ อีกมากมาย ที่คุณจะได้รับจากการรับประทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ
ทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺ คุณไม่ต้องหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ หลากหลายชนิดมาทานเสริมให้ยุ่งยาก ไม่ต้องทานโปรตีน แคลเซี่ยม หรือน้ำมันปลา และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เพราะในน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮฺมีสารอาหารต่างๆะ
 ฮับบาตุซเซาดะฮู สามารถเป็นอาหารเสริมเพื่อความงาม ความอ่อนวัย
เพราะในน้ำมันมีสารอาหารมากมายหลายชนิด วิตามินแลเกลือแร่ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และที่สำคัญ คือ แอล-อาร์จินีน กรดอะมิโน ที่ช่วยให้ร่างกายหลั่งโกรธฮอร์โมน ช่วยคืนความหนุ่มสาวให้แก่ร่างกาย ประสบการณ์จากสุภาพสตรีหลายราย ที่ทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เพื่อดูแลสุขภาพร่างกาย แต่ผลที่ได้รับตามมา คือ ผิวพรรณที่สดใส แลดูขาวขึ้น ริ้วรอยลดลง และรูขุมขนกระชับขึ้นค่ะ
 
คนที่เป็นโรคทาลัสซีเมียจะทานน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์
 
ฮับบาตุซเซาดะฮ์รักษาได้ทุกโรค คนเป็นธาลัสซิเมีย คือโลหิตจาง ถ้าทานตัวนี้ก็จะช่วยบำรุงทำให้ซีดน้อยลง ในฮับบาตุซเซาดะฮ์มีธาตุเหล็กอยู่ด้วย ก็จริงอยู่ แต่ไม่ได้มีมากมายเกินขนาด เหมือนกับเราทานธาตุเหล็กหรือยาบำรุงเลือดอะไรโดยตรง ในฮับบาตุซเซาดะฮ์นั้น มีสารอาหารต่าง ๆ หลากหลายที่ร่างกายต้องการ และอยู่ในปริมาณสัดส่วนที่เหมาะสมแก่การบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ ได้ทุกโรค มันคือสมุนไพรมหัศจรรย์ หรือของขวัญจากพระผู้เป็นเจ้าที่มอบให้แก่มวลมนุษยชาติ ดังที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ)ได้กล่าวไว้”ฮับบาตุซเซาดะฮ์เป็นยาบำบัดทุกโรคเว้นแต่ความตาย”พระวจนะของท่าน ก็คือวะฮ์ยูที่มาจากพระผู้เป็นเจ้านั่นเอง
 
น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เอามาบำรุงผิวหน้าได้มั้ย
น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ 100% เข้มข้น ไม่ได้ผสมน้ำมัน มันมีสรรพคุณในเรื่องเสริมความงาม เช่น ดูแลผิวหน้า เส้นผม ได้ด้วยค่ะ แต่ตัวน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ เป็นสมุนไพรที่ออกไปทางเผ็ดร้อน ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้นำมาทาผิวหน้าโดยตรง เพราะอาจจะเกิดการระคายเคือง หากจะนำมาใช้ทาผิวหน้า ให้ผสมกับน้ำมันมะกอก (extra vergin) หรือน้ำมันมะพร้าว (cold pressed) แล้วเอามาทาหรือนวดหน้า ทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง แล้วก็เช็ดหรือล้างออก หากทาตอนกลางคืนทิ้งไว้ทั้งคืน คุณคงเหนียวหน้าและเลอะเทอะหมด ถ้าใช้ครีมบำรุงผิวอยู่แล้วก่อนนอน ก็ล้างออก แล้วทาไนท์ครีมตาม แต่ถ้าไม่ได้ใช้ไนท์ครีม ก็ใช้กระดาษทิชชู่ซับความมันออก แล้วไม่ต้องล้างคะ น้ำมันจะได้เข้าไปบำรุงผิวหน้า
อีกสูตรหนึ่ง ก็คือ นำมาผสมกับโยเกริต์รสธรรมชาตินะคะ โยเกริต์ 1 ช้อนชา น้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ 1 แคปซูล ะ หรือของยี่ห้ออื่นก็ได้ที่เป็นน้ำมันฮับบาตุซเซาดะฮ์ 100% จะเข้มข้นและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะว่าเราต้องนำมาผสมเจือจางกับโยเกิร์ต) นำส่วนผสมคนให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาด แล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้สัก 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดาค่ะ ถ้าล้างน้ำอุ่น ให้ล้างด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาปิดท้าย เพื่อกระชับรูขุมขน
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 พฤษภาคม 2016 เวลา 11:29 น.