แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - plawan1608

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1

ขายยากษัยเส้น สารอาหารของอะโวคาโดอะโวคาโดเป็uykuilนประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากว่าอุดม56u6ไปด้วยวิตามิน และก็เกลือแร่ต่างๆยกตัวอย่างเช่น- วิตามินอี บำรุงผิวพรรณ ลดไขi;มันy'/[p'y;pตันจำหน่ายากษัยเส้นในเส้นโลหิต- สารต้านอนุมูลอิสระ ชy'o['ะลอค;op;วามชราภาพ ลดrlpoop'ควา8yy;0;มเสี่ยงของโรคมะเร็ulkiง- โพแทสเซียม lop'rjk8yลดระดับความดันโลหิต- โฟเลท ลดระดับความดันrk98l;เลือด- วิตามินเl;oipอ บำรุงสายตา- วิตามินopบี แก้อาการเหน็บชา- y8p0'วิตามินซี คุ้มครองปกป้องโรคiไข้หวัด บำรุงiy;น กรดrkiulekไขมันดี ชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นแบบเดียวกับน้ำมัekltleนมะกอก ช่วยลjku;opilop'ดคอเลสเตอรอลในเลือด รวมทั้งคุ้มคร;opองปกarshองโรคหัวใจได้t- สารแคโรทีนอยด์ต่างๆถึง 11 จำdeko;i;muykukพวก โดยจะพบได้มากรอบๆเนื้อที่เป็นสีเขีย';oวเข้มที่dsjykykykชิดกับใต้เปลือกเป็นต้นได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จำหน่ายากษัยเส้นสูงที่สุด?1. ผ่าครึ่ง โดยใช้มีดกดตามแนวยาว จนมีดติgtlio;ดเม็ด แล้วดันมีดออกไปรอบๆ2. ใช้มือบิดอะโวคาโดให้[เนื้อหลุดออกekui;opมาจากกัน3. ขายยากษัยเส้นใช้มีดสับบนเมล็ดเบาๆให้มีดติดเมล็ด แล้วบิดมีดrli;k;l'ให้เมล็ดหลุดติดมีดออกมา4. ผ่าครึ่งเนื้ออะโวคาโดอีktuki;o;กครั้ง5. ใช้มือดึงเปลือกอะโวคาโดออกมา แทdui;li'p[djuyนการใช้ช้อนขูดเก็บอะโy;lop;วคาโดยังไง ไม่ให้ดำ?อะโวคาโดก็เหมือนผลไม้หลายๆจำพวก ที่ถึงจะเfloi';p['ก็บเอาไว้ในตู้เย็น ก็อาจก่อให้สีของเนื้อrl9igfkแปรไปเป็นสีน้ำตาล เพราะว่าเนื้อผลไม้จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดyilioชั่น ที่เluloi;กิดขึ้นมาจากสารประกอบที่อยู่ในt7k8;;อะโวคาโดที่เรียกว่า ฟินอล เจอกับอากาศขายยากษัยเส้น กลายเป็นสาlio;o;op'รประกอบที่มีชื่อว่า ควิโนน เมื่อควิโนนจับตัวกันเป็นโพลีเมอร์ที่มีโมเp'ppลกุลใหญ่ขึ้น ก็จะกำเนิดเป็นเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน นั่นเอง;;

Tags : ขายยากษัยเส้น

2

ขายว่านชักมดลูก สาลี่ ประโยชน์ดีต่อสุขภาพ จัดu.wtคือผลไม้ฉ่ำน้ำกิน5h56jjui,แล้วสดชื่น นำไปเป็นผลไม้ไหว้ก็ได้ ด้วยเหตุว่าสาลี่มีความหมาtmjยดีๆในตัวเองผลไม้อย่างสาลี่เป็นผลttjไม้ที่มีให้tกินจำหน่ายว่านชักมดลูกตลอดทั้งปี สาtjลี่เลยยอดเยี่ยkมในผลไ7leehม้มงคลที่คนนิยมนำมาไหว้เi.i.จ้ากัน jเพราะสาลี่สื่อความหมายถึงโชคลาภyu, อีกทั้งผิวเปลือกสีเหลืองทองยังเป็นสีที่ออกจะมง7yk78คลอีkกด้วยykyul แต่ว่าเว้นเสียแต่ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับyจากสา67k7ลี่ในเรื่องความมีโชคมีลาภแล้ว สาgmjyukลี่ ผลดีต่อร่างกายก็มีไม่น้อย ลองอ่านปyระโยนช์7ของyk,7trfjtสาลี่กัyนหน่อยดีมากกว่าจ้ะจะเห็นได้ว่าสาลี่คือผลไม้ขายว่านชักมดลูกชุ่มฉ่ำ67k7น้ำจริงๆแล้ว7yk7ก็เป็นผลไม้ที่ค่อนข้างจะให้k6y67พลังงานต่ำ ไขมันก็ต่ำ แต่ทว่าปริมาณธาตุต่างๆรวมไปถึงน้ำตาลของสาลี่แต่ละจำพวกนั้นแตกต่tyj6y7k87างกันบางส่วนถึงปาน7l8l88lกลาง ซึ่งจุดนี้สาลี่ประเภทน้ำตาลน้อยที่สุดก็คือ สาลี่น้ำผึ้ง ซึ่งมีจำนวนน้ำตาลอยู่ที่ 7 กรัมต่อสาลี่ 100 กรัม นั่นเองนะคะ 5h5นอกเหนือจากนี้พวfe3gf4กเรายังมีข้อมูลจำนวนน้ำตyk6k7k7rาลในผลไม้ชนิดต่างๆมาให้อ่านกันด้วยสาลี่ จำหน่ายว่านชักมดลูกประโยชน์ไม่น้อย กินก็อร่อยอีกต่างหาก คุณประโยชน์ของสาลี่ที่นอกเหนือจากที่จะเป็นผลไม้มงคลแล้ว สาลี่ยังy,y,เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย5tjgfj5ตามนี้เลยค่ะ แก้หิว คลายร้อนสาลี่เป็นผลไม้ที่มีจำนวนน้ำมากมายtjwgdgดูเหมือนจะทุกชนิด แym,ล้วก็ยังมีรสหวi.i.านจากu,uน้ำตาลธรรมชาyu,ติพอประมาณ โดยเหตุนี้คนใดกันได้รับประทานสาลี่ก็จะได้รับความมีชีวิตชีวาจากสาลี่ในทันทีทันใด ยิ่งขายว่านชักมดลูกถ้าหากu,ui,นำสาลี่ไปแช่เย็นหน่อยนะ อย่างฟินเลยhj5u,.ioi

Tags : ขายว่านชักมดลูก

3

ขายส้มเเขก ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น iจะเห็นได้ว่ามันui;op;สำปะหลังเป็นพืชอัศจรรย์ที่อยู่รอi;กายดื เ้ททเ;ui;ราจำหน่ายส้มเเขก และเป็นที่มาที่ไปของรiu;ยได้สำคัญของเกษตรykuiกรแล้วi;ก็ผู้ประกอบการp['i;ไทย โดยเหตุนั้น เo;'พื่อตอกย้ำซ้ำเติมความสาpo'/p[มารถi;ขi;องอุตสาหกรรม i;มันสำปะหลังไทยในฐานะผู้ส่งออกมันสำปะหลังชั้น 1 ขulองโลuilulกfkmuilio; กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้io;ต่างประเทศkiul จึงได้ระบุจั.io.io.uดงานi;ด์ แอทเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว จังหวัดกรุงเทพมหานครขายส้มเเขก  เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นulเกี่yukykยวกับแulนวทางการผลิตรulมทั้งการค้าyktyk ซึ่งจะทำululiให้เกษตรกร ผู้สร้าง ผู้ค้าyk และykและก็ผู้ส่งออกมันสำปะหลังได้ทราบถึงทิศทางการdkmiulสร้าง o'กิจการค้kykการค้าขาย i;วมทั้งเตรียมตัวในการผลิตผลิตภัณฑ์ป้อนความต้องการการเพrhาะปtyjกที่นำสมัย ที่จะได้นำมาปรับใช้กับอุkyตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย พร้อมจัดพูดจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อเป็นการช่วยสร้าuo'lจังหวะและขยkjuiายop'มู'ลค่าส่งออsjop รวมถึงผลักดันสมรรo';opถนะตีราคาให้หัวมันสดปรับตัวสูงมากขึ้น โดยนอกเหนือจากการtyjสัมมนาจำหน่ายส้มเเขกทางด้านวิชากuilารแล้ว ยังมีการจัดนิทioรศการอวดโฉมl;o;ขายส้มเเขก นวัตกรรมมันสำปะหลังปัจจุบันภายใต้แนวความคิด "น่าพิศวงมันสำปะหjhtyjลัoiเปลี่ยนโลก" yj(Tapioca: The Magityjhgc Plant for a Sustainable Future) อีกด้วย

Tags : จำหน่ายส้มเเขก

4

ขายตรีผลา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ลำต้นมะขวิดเป็นไม้ยืนต้นrjuili;o ขนาดกลางถึงใหญ่ ลำejyukuiต้นมีความสูง 6 – 15 เมตร หรือมาulkoi;iกยิ่งกว่า ลำต้นตั้งชัน ชะลูด แตกกิ่งรอบๆส่วนปลายของลำต้น ผิวเปลือกลำต้นตะปุ่มตะป่ำ แตกเป็นสะเก็ดเululล็กๆสีเปลืykอกลำต้นที่เล็กมีสีเทาน้ำตาลyk ส่วนเปลือกต้นโulตเykที่จlulะมีykสีน้ำตาลอมเทาใบมะชนใบมะykขวิด|ชน}เป็นใบปulระtjulอykบแบบขนนกulประเภท5tjyuใบลำพัง (ใบในที่สุดมีใบเดียyluilว) ใบแyukykทงออกรอบๆตาใkykบที่กิ่ง ประกอบด้วยจำหน่ายตรีผลาก้านใบหลักที่มีก้านใบย่อย 2ul5 ก้าน ukhyuแต่ละก้านแตtgfhhululigกออกชิดกันเป็นกระจุก แต่ละก้านมีใบย่อยkjykuliออกเป็นคู่ๆ2-3 ;i;iคู่ ตรงข้ามกัน {แลuii;lioliะ|และก็|แล้วก็|รวมทั้งi;ปลาyยก้านออกเป็นใบผู้เดีykยว รวมเป็นใบ 5ykuluulil หรือ 7 ใบ ใบykมีลักษณะเป็นรูjhtkjyปyklullไข่ขนาดเล็ก โคนใบเรียวเล็ก ใบกว้าง 0.5-1 ขายตรีผลาซม. ยาวประมาณ 1.5-4.5 ซม. ใบอ่อนมีสีเขียวสด ใบแก่มีyสีเขียuioylเข้ม แผ่นtluiuiol;ใบ รวมทั้งo;ขอบใบเรียบ ใบออกจะครึ้ม รวมทั้งเหykuนียว ykมีเส้นกึ่งกio;ลางใบแล;เห็นio;แioจ่มuจ้ง รอบๆขliliuloliolอบของใบมีต่อมน้ำมัulนกระจัดกระจาykยอยู่ทั่วykดอกมะชนจำหน่ายตรีผลาดอกมะชlulนulออกแบบเulป็;hj,uyนช่อ แio;ทงออกบริhjmเวณปลายกิ่งที่ซอกใบ ดอกแบ่งเป็นดอกตัวผู้ ulดอกตัวเมีย และก็ดulอกขายตรีผลาสมบูรณ์เพศ ulที่ซึ่งอยู่ในต้นเดียวกัน ดอykกประกอบด้วยกลีบด้านนอกที่มีสีเหลืองแกมเขียo;iว รวมทั้งก้านเกio;สรด้านในที่มีเหลืองอมสีแดงiolol

Tags : จำหน่ายตรีผลา,ขายตรีผลา

5

ขายพลูคาว มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีเนื้อในสีเหลืองส้ม ห่อด้วยเปลือกชั้นนอกบางๆสีเขียว กลาพykyuklยเป็นสีส้มหรือแดงเมื่อผลใกล้สุกเต็มกำลังแล้ว ถ้าเกิดยังผิดผ่าออก มะละกอจะไม่ส่งกลิ่นอะไรก็ตามแม้กระนั้นเมื่อylylrhtrถูกyltปอกและจำหน่ายพลูคาวผ่าจนกระทั่งเห็นเนื้rk78l7lอใน มะละกdejyukuอจะส่งกลิ่นหอมหวานออกมา เว้นเสียแku7llต่คนจะนิยมlkuluytlyioกินมะละกอสุกคือผลykyukuklไม้อาหารหวานแล้ว มะละกอยังถูกyulululนำมาทำอาfrkuilulหารไtliy;;ทยหลายประเภท dekjyu;uytkuโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำส้ม ของกินที่ได้รับความนิยมรวมทั้งขึ้นชื่อt;ioลือชาเป็นเอilkกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมือu;i;;yงไทยมะละกอในoiด้ulานค่าทางโภชนาการ มะละกอtlgioคือผลไม้ที่ประกอบไปด้วยสารอาหululารนานาจำพวกที่ulมีปรli;i;โยชน์ulต่อสภาพร่างกาย ขายพลูคาวมีแคลอรี่ต่ำ ปราศจากไขมันหรืyi;iotluอคอtkjเลสเตอรอล รวมทั้งยังเป็นแหล่งของกินi;lที่สำคัญของวิตามินเอ วิตามินซี โพi;io;i;แทสเซีi;ยม โฟเลต รวมทั้งใยอulาหาร จำหน่ายพลูคาวยิ่งกว่านั้น ในมะละกulอยังมีสารikuiliol;พาเพนul(Papain) ซึ่งulเป็นโulปรตีนที่ทำหน้าที่เร่liolงปulฏิกิริยาเคมีที่ช่วulยสำหรับการย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แล้lวก็ไข;iมันได้อย่luางดีเยี่ยม มีผลดีต่อกระilioบวนการเสื่อมสภาพอาหารชนิดulylkiulเนื้อสัuilioulตว์ที่ถูก;ftรับประทานเข้าไป และก็ยังมีสารค;loipาร์เพน (Carpain) ที่คาดว่าtlอาจมีฤทธิ์ในการulาทำลายปรสิต ulแล้วก็มีผลดีต่อระบบประสาทได้;i;oอีกด้วยด้วยเหตุผลlดังกล่lui;าว ผลและก็ใบของมะละกอก็เลยมั่นใจว่าเป็นประโi;ยชน์ต่อร่างกายในด้านต่lาkl9uงๆแล้วrfก็บางทีi;tอาจสามารถประยุกต์ใช้รักษาทุเลาลักษณะของการป่วยอะไรบางอย่างได้ ตัวอย่างเช่น ช่วยให้ประสาทบรรเทา ช่วยขับi;ขายพลูคาวเยี่ยว ;i;iปกป้องแลio;kuilะก็รักษาโรคในระบบlil;ทางเดินอาหาร การรับเชื้อแล้วก็โรคพยาธิในไส้ และiu;อาการปวดเส้นประสาทเนื่องมาจ;i;กมีหนอนพยาธิในระfrkuilkบบน้ำเหลือง ฯลฯdr

Tags : ขายพลูคาว

6

ขายกระชายดำ แคนตาลูป (Cantaloupe) หรือ “แตงแคนตาลูป” แคนตาลูป ชื่อuy,iu,.วิทยาศาสตร์ เป็น “Cucumis melo L. varerkjuuili;. cantaloupensis” คือผลไม้เพื่อสุejyuklu.lขภาพชนิดหนึ่งuyl.io.io/.ที่มีต้นกำเนิดมาจwsrhjtyykuากอินเดีย แต่olio;i;;oiul8;ว่ามีผู้นำผลไม้ปkykukukระเภทนี้ไปปลูi;กที่ประเทศอิตาลีในเมือง “แคนตาลูโป (Cantalupu)” ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโรมจำหน่ายกระชายดำก็เลยเป็oi;op'นสิ่งที่lio;op'ทำให้เกิดชื่อผลไม้ชนิดจำหน่ายกระชายดำนี้ โดยผลไม้จำพวกนี้ได้นำเข้าyjkyuloi;มาในประเทศไทยเมื่อ พุทpo';p[]ธศักราช2478 โดยปลูกrjyukuililหนแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ แม้ulกluระนั้นp[]ประสบความล้มเหลว จนได้มีการเอามาทดลองปลูกที่มหาวิทulio'o'[ยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ปรากฏว่าได้ประสิทธิภาพที่ดี โดยแหล่งปลูกแคนตาลูปที่สำคัญulของประเทศในตอนนี้อยู่ที่ อำเภออรัญulประเทศ จังหวัดสระแก้ว อำเภอไทykuiluรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จังหrjyukuiklวัluดเชียงใหม่ แ'p['ละuก็กรุงเทพฯผลแคนตาลูปจะมีลักษณะคล้ายกัi;op';p['บแตงไทยบ้านเรา คนไทยจึlulงนิยมเรีp['p[ยกulกันว่า แตงเทศ, แตงฝรั่ง, แตงไทยฝรั่ง โดยลักษณะของผลจะกลม ผิวมีสีเขียว เหลือulululง ขาว น้ำตาลคล้ำขายกระชายดำ[/u] ดัluงนี้จะขึ้นกัulบulสายพันธุ์นั้นๆเป็นหลัก ผิวขluluองผลจะหยาบคาย เปuลือกแข็ullง มีร่อง'p['ลึกบริเวณผล เปลือกจะมีลายเหมือนร่างแหหรือตาข่ายul เมื่อสุกแulนื้อข้างในจะมีสีส้มหulสีจำปา รสออกหวullาน มีกลิ่นหอมหวน แม้กระulนั้นถ้าเกิดจะulเอามาทำน้ำแคนตาลูป แนะนำว่าควรที่จะเpp'อกแคนตาลูปที่กำลังสุกพอดิบพอดี หากอ่อนมากเกินความจำเป็นจะไม่มีกลิ่นหอมสดชื่น แต่ว่าถ้าหากสุกมากจนเกินไปเมื่อทดลองขย่าดูเหมือนจะมีน้ำอ8k79k8liopยู่ด้านใน ยิ่งเสียงน้ำเยอะแค่ไหนหมายความว่ายิ่งสุกมากแค่นั้น และก็ให้เลือกผลขนาดลางน้ำหนักโดยประมาณ 1 กิโลกรัมขายกระชายดำ โดยเลือกผิวที่เรียบตึง ไม่เป็นรอยหยักหรือเลือกที่เป็tkuiol;i;rejt77นสีนวลเสมือนเปลือกไข่ก็ใช้ได้

Tags : ขายกระชายดำ,จำหน่ายกระชายดำ,ขายกระชายดำ

7

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เราต่างรู้จักกันดีในฐานะของผักพื้นเมือง นิยมเอามารับประทานกับน้ำพริกหรือเมนูอาหารต่างๆแบบสดๆรวมทั้งยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำใบบัวบกเพื่อดับหิว แก้บอบช้ำใน และเพื่อช่วยบำรุงร่างกาย ซึ่งจัดว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในแถบเอเชียพวกเรานี้เอง ด้วยคุณค่าที่นานาประการ ก็เลยทำให้มันเป็นทั้งยารักษาโรคและตัวช่วยดูแลสุขภาพ ในตอนนี้เริ่มมีการทำศึกษาค้นคว้า สกัดสารสำคัญในใบบัวบกนำมาใช้ในการรักษาในรูปของยาแคปซูล แล้วก็บัวบกผงสำหรับชงดื่มอีกด้วย
ลักษณะของใบบัวบก
บัวบก มีชื่อเรียกด้านวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica อยู่ในวงศ์ Umbelliferae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกันกับผักชี ส่วนชื่อแคว้นถูกเรียกในชื่อที่หลากหลาย อย่างเช่น ผักแว่น ผักหนอก รวมทั้งกะโต่ ฯลฯ  ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์เป็นไม้ล้มลุก มีกอติดอยู่ที่พื้นดิน ลำต้นจะเลื้อยแพร่กิ่งไปตามพื้นดินในแนวราบ มีอายุยืนยาวได้นานหลายปี การแตกรากและใบจะเกิดขึ้นตามข้อ ลักษณะเป็นใบผู้เดียว มีรูปร่างเสมือนไต จะออกเป็นกลุ่มตามข้อ ขอบใบหยัก มีก้านใบยื่นยาวออกมา ดอกเป็นสีม่วงปนแดง ผลแบน ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือช่อขนาดเล็กราวๆ 3-4 ดอก มีเอกคุณสมบัติเฉพาะในเรื่องของกลิ่น แล้วก็รสที่ขมปนหวาน
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากใบบัวบักที่นิยมนำมารับประทาน
เราบางทีอาจเคยชินว่าบัวบกเป็นพืชสมุนไพรแก้บอบช้ำในเป็นหลัก แม้กระนั้นที่จริงแล้วสมุนไพรจำพวกนี้มีคุณประโยชน์ในการรักษาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย รักษาโรคในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงสมอง และก็ช่วยเพิ่มความจำ เป็นต้น การกินใบบัวบกแบบสดๆจะทำให้ร่างกายได้สารสำคัญหลายชนิด ที่พบมากเป็น "สารไกลโคไซด์" (Glycosides) ซึ่งจัดว่าเป็นสารที่ผลเข้าไปขวางการเกิดสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมโทรมภาวะของเซลล์และเยื่อต่างๆในร่างกาย มีส่วนช่วยรีบการผลิตคอลลาเจนที่ผิว กระดูก และก็เอ็น ทำให้แผลสมานตัวเข้าหากันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
สรรพคุณของใบบัวบก ไม่ว่าจะเป็นการทานฯลฯดิบๆหรือเอามาคั้นเป็นน้ำดื่ม ล้วนมีสรรพคุณทางยาที่ไม่ได้แตกต่างกัน
เหตุเพราะมีฤทธิ์เป็นยาเย็น จะช่วยลดการเกิดอาการร้อนใน ช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม ในกรุ๊ปสตรีที่อยู่ในวัยใกล้หมดรอบเดือน ผู้ที่ต้องใช้สมองในการทำงานมากๆใบบัวบกจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความจำได้ดี ช่วยลดความเคร่งเครียด ลดการอักเสบที่ผิวหนัง อาการบวมช้ำรวมทั้งร่องรอยไม่ปกติที่เกิดบนผิวหนัง นอกจากนั้นผู้ที่บริโภคใบบัวบกข้างหลังการผ่าตัด จะช่วยทำให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น รวมทั้งลดการติดเชื้อได้
สรรพคุณของบัวบกกับผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัย
งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยได้เอ่ยถึงบัวบกเอาไว้ว่า เป็นพืชที่มีคุณประโยชน์โดดเด่นในด้านการบำรุงสมองเช่นเดียวกันกับแปะก๊วย ช่วยกระตุ้นสมองสำหรับเพื่อการจดจำสิ่งต่างๆเจริญขึ้น แล้วก็ช่วยวิวัฒนาการเรียนรู้ทางสมอง และด้วยลักษณะพิเศษพวกนี้ทำให้มันกลายเป็นพืชที่ถูกจดสิทธิบัตรสารสกัดจากบัวบกที่มีหน้าที่่ช่วยเพิ่มความจำ
จากการทดสอบในลูกหนู พบว่ามีความจำและก็การเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น ส่วนในคน มีการทดลองในเด็กพิเศษ ด้วยการกินบัวบกวันละ 500 มก. ติดต่อกัน 3 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่ามีความเข้าใจสำหรับในการศึกษาที่ดีกว่า ส่วนในผู้สูงอายุให้ทดสอบรับประทานสารสกัดบัวบก 750 มิลลิกรัม ต่อเนื่องกัน 2 เดือน พบว่า ทั้งยังความจำรวมทั้งการศึกษาดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอารมณ์แปรปรวน ทำให้ผู้สูงอายุมียิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้นเรื่อยๆด้วย ในรายที่เป็นวัยทำงาน ได้กระทำทดลองกับเพศหญิงอายุราว 33 ปี กินสารสกัดบัวบก 500 มก. วันละ 2 ครั้ง พบว่าช่วยลดความตึงเครียด ความไม่สบายใจ และก็ภาวะเศร้าหมองลงได้
เมื่อเจาะลึกลงไปถึงระดับเซลล์ พบลักษณะการทำงานของสารสกัดบัวบกที่ตรงเข้าออกฤทธิ์กับสมอง ช่วยทำให้การหายใจระดับเซลล์ข้างในสมองทำงานได้ดิบได้ดีขึ้น มีสารต่อต้านอนุมลอิสระ ช่วยสร้างสมดุลสารสื่อประสาท และก็ต่อต้านการเสื่อมสภาพของเซลล์สมองได้
การนำใบบัวบกมาใช้บริโภคเพื่อเป็นยา
บัวบกสามารถประยุกต์ใช้เป็นยาได้นานัปการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นสด เม็ด หรือใบ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบประยุกต์ใช้เยอะที่สุด การเลือกใบบัวบกที่ดี ควรที่จะทำการเลือกใบที่โตเต็มที่และสมบูรณ์ นำมาใช้ตากแห้งป่นเป็นผงบรรจุลงในแคปซูลโดยประมาณ 500 มิลลิกรัม รับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย
นำเอาใบบัวบกสด 1 กำมือ มาคั้นให้ได้น้ำ หรือตำอย่างละเอียดแล้วผสมกับน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากันแล้วหลังจากนั้นกรองให้เหลือแต่น้ำ ผสมน้ำตาลหรือเกลือก็ได้ตามถูกใจ ดื่มทีละ 1 แก้ว ก่อนอาหารทั้ง 3 มื้อ ราวๆ 5-7 วัน จะช่วยลดอาการร้อนในรวมทั้งแก้ช้ำในได้
กรณีที่เป็นคนป่วยโรคความดันเลือดสูง ให้สามารถดื่มน้ำใบบัวบกแต่ละวัน ติดต่อกันประมาณ 7 วัน จะช่วยลดระดับความดันให้อยู่ในระดับธรรมดา
เมล็ดของบัวบกที่มีรสขมรวมทั้งเย็น นิยมประยุกต์ใช้แก้ไข้ ลดอาการปวดศีรษะ แล้วก็แก้บิด

ข้อควรปฏิบัติตามในการใช้ใบบัวบก
ก่อนรับประทานใบบัวบกเพื่อเป็นยา ต้องวิเคราะห์สุขภาพที่เกี่ยวข้องทางร่างกายของตัวเองก่อนว่าพื้นฐานแล้วมีโรคประจำตัวอะไรที่มีการเสี่ยงหรือเปล่า เพราะเหตุว่าสารบางประเภทในใบบัวบก จะเข้าไปทำให้อาการโรคกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆได้
เนื่องจากบัวบกเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็น การกินมากเกินไปจะทำให้สะสมในร่างกายจนกระทั่งรู้สึกหนาวมากเพิ่มขึ้นได้
เลี่ยงการกินใบบัวบกติดต่อกันทุกวี่ทุกวัน หรือรับประทานครั้งละมากมายๆเมื่อรับประทานติดต่อกันราวๆ 1 อาทิตย์แล้ว ก็ควรจะพัก 1 อาทิตย์ แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยกลับมากินใหม่
สำหรับผู้ที่กินใบบัวบกสดๆต่อเนื่องกันแต่ละวัน ควรกินในสัดส่วนประมาณวันละ 3-6 ใบ ไม่ควรเกินไปกว่านี้
ถ้าเกิดร่างกายมีอาการอ่อนแรง มึนหัว ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดปกติ รู้สึกคันตามผิวหนัง ท้องเสีย ภายหลังจากการกิน ควรหยุดกินทันทีและรีบเข้าหาหมออย่างเร่งด่วน
ในฝูงคนที่จำต้องรับประทานยาแก้แพ้ ยานอนหลับ หรือยากันชัก ไม่ควรกินใบบัวบก เพราะว่าจะยิ่งไปเพิ่มฤทธิ์ให้รู้สึกง่วงซึมมากขึ้น
ใบบัวบกคือพืชสมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด มีราคาถูก แต่มากไม่น้อยเลยทีเดียวด้วยสรรพคุณทางยา ที่จะเป็นช่องทางสำหรับการรักษาโรคต่างๆแล้วก็ใช้สำหรับบำรุงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ http://www.disthai.com/

8

สมุนไพรเหงือกปลาหมอ
ชื่อตระกูล : ACANTHACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus Vahl
ชื่อพ้อง : Acanthus ilicfolius L. ; Acanthus ilicfolius L. var intergrifolia T.Anderson
ชื่อสามัญ : Sea holly
ชื่อพื้นบ้านอื่น : แก้มแพทย์, แก้มหมอเล (กระบี่) ; จะเกร็ง, นางเกร็ง, เหงือกปลาหมอ, เหงือกปลาหมอน้ำเงิน (ทั่วไป) ; อีเกร็ง (ภาคกลาง)
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่มขนาดเล็ก (US) สูงราวๆ 30-100 เซนติเมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อ แข็ง แล้วก็มีหนามอ่อนๆตามข้อๆละ 4 หนาม
ใบ เป็นใบโดดเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆสีเขียวเข้ม ลักษณะใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ขอบของใบเว้าหรือเรียบ แล้วก็มีหนามแหลม ปลายใบแหลม มีก้านใบสั่นๆ
ดอกเหงือกปลาหมอ ออกเป็นช่อตั้งตรงที่ยอด ช่อดอกยาว กลีบรองกลีบดอกไม้ มี 4 กลีบ แยกจากกันสีเขียวอ่อน กลีบดอกไม้สีขาว สีขาวขริบฟ้า หรือสีฟ้าอมม่วง แยกเป็น 2 ทาง กลีบบนยาวเท่ากับกลีบรองกลีบ แต่ว่ากลีบด้านล่างแผ่กว้างและโค้งลง ปลายกลีบหยักเว้าเป็น 3 หยักตื้นๆ
ผล เป็นฝักสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน มีเม็ดภายใน 4 เมล็ด
นิเวศวิทยา
เป็นไม้กลางแจ้ง มีอยู่ทั่วไปในป่าชายเลน ตามที่ลุ่มริมน้ำคลอง โดยมากถูกใจขึ้นในที่น้ำกร่อย บางคราวก็พบในน้ำจืดบ้างเช่นกัน
การปลูกและแพร่พันธุ์
เจริญเติบโตเจริญในดินดูเหมือนจะทุกจำพวก ความชุ่มชื้นปานกลาง เพาะพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด
คุณประโยชน์ทางยา
รสรวมทั้งคุณประโยชน์ในตำราเรียนยา
อีกทั้งต้น รสเค็มกร่อย แก้อาการผื่นผื่นคัน
ใบ รสเค็มกร่อย รักษาโรคปวดบวมแล้วก็แผลอักเสบ แก้ท้องเฟ้อ ท้องเฟ้อ หมอแผนไทยตามบ้านนอกใช้อีกทั้ง 5 เป็นยาแก้ไข้หัว พิษฝี พิษรอยดำก้าวหน้า แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ปรุงกับฟ้าทลายมิจฉาชีพรมหัวริดสีดวงทวาร ตำใบผสมกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาแก้อาการตาเจ็บหรือตาแดง
ผล รสเค็มกร่อย ใช้เป็นยาขับเลือดอย่างแรง แล้วก็แก้ฝีซาง ฝีตาน
ในประเทศประเทศอินเดีย ใช้ยอดและก็ใบอ่อนตำผสมน้ำนิดหน่อยปิดแผลที่ถูกงูกัด ต้นใช้รักษาแก้โรคที่เกี่ยวกับหลอดลมแล้วก็แก้ไอ รวมทั้งเอามาต้มเอาน้ำเป็นยารักษาธาตุทุพพลภาพ
ในประเทศประเทศสิงคโปร์ ใช้เมล็ดเป็นยาแก้ไอ โดยต้มเม็ดกับดอกมะเฟืองหรือดอกตะลิงปลิง แล้วเติมเปลือกอบเชย และก็น้ำตาลกรวด จิบแก้ไอ เม็ดบดเป็นผงใช้พอกแก้ฝี หรือนำไปคั่วแล้วป่นละลายน้ำดื่มแก้ฝี ฝักต้มกินเป็นยาขับเลือด แล้วก็แก้ฝี รากต้มเป็นยาดื่มแก้โรคงูสวัด
วิธีรวมทั้งปริมาณที่ใช้
รักษาโรคผิวหนัง แผลพุพอง น้ำเหลืองเสีย โดยใช้ต้นรวมทั้งใบสด 3-4 กำมือ ล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นนำไปต้มน้ำ แล้วก็ใช้น้ำอาบ เช้าตรู่-เย็น ตรงเวลา 1 สัปดาห์
ข้อควรรู้
เหงือกปลาหมอมีอยู่ร่วมกัน 2 ประเภท เป็น
เหงือกปลาหมอ Acanthus ilifolius L. หรือ Acanthus ilifolius L. var intergrifolia T.Anderson ลักษณะจะมีดอกสีฟ้าอมม่วง มีประสีเหลืองตรงกลางกลีบ มีใบแต่งแต้มสีเขียวอีก 2 กลีบ รองรับดอกอยู่เสมอไป
เหงือกปลาหมอ Acanthus ebracteatus Vahl ลักษณะจะมีดอกสีขาวค่อนข้างเล็ก มีใบเสริมแต่งรองรับช่อดอก แต่ว่าหล่นหลุดไปก่อน
สรรพคุณของเหงือกปลาหมอ
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้อายุยืน สุขภาพดี เลือดลมไหลเวียนดี เส้นโลหิตไม่อุดตัน บำรุงผิวพรรณ ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอนำมาตำผสมกับพริกไทยในอัตราส่วน 2:1 แล้วคลุกเคล้าผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอน ว่ากันว่าถ้ารับประทานติดต่อกัน 1 เดือน จะทำให้สติปัญญาดี ไม่มีโรค / 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง / 3 เดือน ทำให้ริดสีดวงหาย / 4 เดือน ช่วยแก้ลม 12 พวก หูไว / 5 เดือน หมดโรค / 6 เดือน ทำให้เดินไม่เคยทราบอ่อนแรง / 7 เดือนผิวสวย / 8 เดือน เสียงเพราะ / 9 เดือน หนังเหนียว (ทั้งต้น, ราก)
เหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาประสาท (ราก)
ช่วยรักษาอาการธาตุแตกต่างจากปกติ (อีกทั้งต้น)
ช่วยให้เลือดลมปกติ (ต้น)เหงือกปลาหมอขาว
ช่วยให้เจริญอาหาร (ทั้งยังต้น)
ช่วยแก้โรคกษัย อาการผอมเกร็งเหลืองทั้งตัว ด้วยการใช้ต้นของเหงือกปลาหมอนำมาตำเป็นผุยผงกินทุกวัน (ต้น)
ช่วยแก้อาการร้อนหมดทั้งตัว เจ็บระบบทั้งตัว ตัวแห้ง เวียนศีรษะ หน้ามืดตามัว มือตายตีนตาย ด้วยการใช้ทั้งต้นของเหงือกปลาหมอและก็เปลือกมะรุมอย่างละเท่ากัน ใส่หม้อต้มผสมกับเกลือน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ แล้วก็ใช้ฟืน 30 แท่ง ต้มกับน้ำเดือดจนกระทั่งงวดแล้วชูลง เมื่อเสร็จให้อั้นลมหายใจรับประทานขณะอุ่นๆจนถึงหมด อาการก็จะดียิ่งขึ้น (ต้น)
ช่วยยั้งมะเร็ง ต้านมะเร็ง (อีกทั้งต้น)
ช่วยรักษาอาการปอดอักเสบ ด้วยการใช้เหงือกปลาหมออีกทั้งต้นรวมทั้งอาหารมื้อเย็นเหนือ อาหารเย็นใต้ในสัดส่วนที่เท่ากัน เอามาต้มกับน้ำกระทั่งเดือดแล้วนำมาดื่มในขณะอุ่นๆครั้งละ 1 แก้ว ตอนเช้า กลางวัน เย็น อาการจะดียิ่งขึ้น (อีกทั้งต้น)
รักษาปอดบวม ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ใบ)
ต้นมีรสเค็มกร่อย คุณประโยชน์ช่วยแก้อาการปวดหัว (ต้น)
รากช่วยแก้รวมทั้งบรรเทาอาการไอ หรือจะใช้เมล็ดนำมาต้มดื่มแก้อาการไอก็ได้ด้วยเหมือนกัน (ราก, เม็ด)
ช่วยแก้หืดหอบ (ราก)
ช่วยรักษาวัณโรค ด้วยการใช้ต้นเอามาตำผสมเป็นน้ำดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้ลักษณะการเจ็บตา ตาแดง ด้วยการใช้เหงือกปลาหมอทั้งต้นนำมาตำผสมกับขิง คั้นเอาแต่น้ำใช้หยอดตาแก้อาการ (ทั้งต้น)
ใบช่วยแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยแก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอมาตำผสมกับขิง (อีกทั้งต้น)
ช่วยแก้พิษไข้หัว ด้วยการใช้ต้นรวมถึงรากเอามาต้มอาบแก้อาการ (ทั้งต้น)
แก้อาการไอ เม็ดใช้ผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด นำมาต้มรวมกันแล้วมัวแต่น้ำมากินเป็นยาแก้ไอ (เมล็ด)
ช่วยขับเสลด (ราก)
หากเป็นลม ให้ใช้ต้นเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน / พริกไทย 2 ส่วน ผสมรวมกัน ตำให้รอบคอบเป็นผุยผงแล้วนำมาละลายน้ำร้อนดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้โรคกระเพาะ ด้วยการใช้ทั้งต้นรวมทั้งพริกไทย (10:5 ส่วน) ตำผสมปั้นเป็นยาลูกกลอน (ต้น)
ช่วยขับพยาธิ (เม็ด)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อย นำมาตำละลายกับน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือจะใช้ปรุงกับฟ้าทะลายโจร ใช้รมหัวริดสีดวงก็ได้ (ต้น, ใบ)
ช่วยขับปัสสาวะ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษามุตกิดตกขาว ตกขาวของสตรี ด้วยการใช้ใบรวมทั้งต้นนำมาตำเป็นผุยผง ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำมันมันงา ปั้นเป็นยาลูกกลอนกินแก้อาการ (ต้น, ใบ, ราก)
ช่วยแก้เมนส์มาไม่ปกติของสตรี ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมันงา (อีกทั้งต้น)
ช่วยรักษานิ่วในไต ด้วยการใช้ใบเอามาต้มเป็นน้ำดื่ม (ใบ)
ช่วยแก้ไตพิการ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)

ผลช่วยขับเลือด หรือจะใช้เมล็ดผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด นำมาต้มรวมกันแล้วเอาแต่น้ำมากิน หรือใช้ต้น 10 ส่วนและพริกไทย 5 ส่วน ผสมทำเป็นยาลูกกลอนรับประทานก็ได้ (เมล็ด, ผล, ต้น)
ช่วยฟอกโลหิต ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
แก้พิษเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (เปลือกต้น)
ช่วยรักษาแผล ด้วยการใช้ทั้งยังต้นเอามาตำผสมกับหัวสามสิบ ในอัตราส่วน 2:1 (ทั้งยังต้น)
ต้นเหงือกปลาหมอมีสรรพคุณช่วยรักษาแผลพุพอง (ต้น)
ใบมีรสเค็มกร่อย คุณประโยชน์ช่วยรักษาแผลอักเสบ (ใบ)
ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย ด้วยการใช้ต้น 3-4 ต้น เอามาหั่นเป็นชิ้น แล้วต้มน้ำอาบแก้อาการ (ต้น, ใบ, เมล็ด)
สำหรับคนไข้โรคภูมิคุมกันบกพร่องที่มีแผลพุพองตามผิวหนัง ถ้าใช้ต้นมาต้มอาบแล้วก็ทำเป็นยารับประทานต่อเนื่องกันประมาณ 3 เดือนจะช่วยทำให้ลักษณะของแผลพุพองทุเลาลงอย่างชัดเจน (ต้น)
ช่วยรักษาโรคผิวหนังหรือประป่า รักษากลากโรคเกลื้อน อีสุกอีใส (ใบ)
ช่วยรักษาโรคขี้เรื้อน คุดทะราด ด้วยการใช้ต้นเอามาตำเอาแต่น้ำดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้ผดผื่นคันตามร่างกาย ใช้ล้างแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นสดรวมทั้งใบสดล้างสะอาดราวๆ 3-4 กำมือ นำมาสับแล้วต้มกับน้ำอาบแก้ผื่นคันต่อเนื่องกัน 3-4 ครั้ง (ต้น, ใบ)
เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ลมพิษ (ต้น)
รากสดนำมาต้มมัวแต่น้ำ ใช้ดื่มเป็นยารักษาโรคงูสวัดได้ (ราก)
ช่วยรักษาฝี ฝีเรื้อรัง แผลฝีหนอง ไข้ทรพิษ ตัดรากฝี แก้พิษฝีทุกประเภทด้านในด้านนอก ด้วยการใช้ต้นรวมทั้งใบสดรวมทั้งแห้งโดยประมาณ 1 กำมือ นำมาบดให้ละเอียด แล้วเอามาพอกรอบๆที่เป็นฝี หรือวิธีลำดับที่สองจะนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆใส่น้ำให้ท่วมแล้วต้มในน้ำเดือดทิ้งเอาไว้ 10 นาที แล้วเอามาดื่มก่อนรับประทานอาหารครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง ประมาณ 2-3 อาทิตย์ หรือจะใช้เมล็ดเอามาคั่วให้ไหม้เกรียมแล้วป่นอย่างรอบคอบ ชงกับน้ำกินเป็นยาแก้ฝีก็ได้ (ต้น, ใบ, เม็ด)
เมล็ดใช้ปิดพอกฝี (เมล็ด)
ผลมีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณช่วยถอนพิษ (ผล, ต้น)
ใบสดเอามาตำอย่างละเอียด สามารถใช้พอกบริเวณแผลที่ถูกงูกัดได้ (ใบ)
ช่วยแก้ผิวแตกทั้งตัว ด้วยการใช้อีกทั้งต้นของเหงือกปลาหมอ1 ส่วน / ดีปลี 1 ส่วน ใช้ผสมกันบดให้เป็นผงชงกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการ (ทั้งต้น)
ต้น หากประยุกต์ใช้จะช่วยแก้โรคเหน็บชา อาการชาหมดทั้งตัวได้ (ต้น)
รากมีสรรพคุณช่วยแก้อัมพาต (ราก)
แก้ลักษณะของการเจ็บหลังเจ็บเอว ด้วยการใช้ต้นกับชะเอมเทศนำมาบดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนกิน (ต้น)
ใบใช้เป็นยาประคบปรับแต่งข้ออักเสบและแก้อาการปวดต่างๆ(ใบ)
ช่วยบำรุงรากผม ด้วยการใช้น้ำคั้นจากใบนำมาทาให้ทั่วหัว จะช่วยบำรุงรากผมได้ (ใบ) http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรเหงือกปลาหมอ

9

ตะไคร้บ้าน
ตะไคร้ คุณประโยชน์
"ตะไคร้" (Lemongrass) เป็นสมุนไพรก้นครัวที่พวกเรารู้จักและรู้จักดีกันมานาน เพราะในของกินไทยหลายอย่างมักใส่ตะไคร้ลงไปเป็นเยี่ยมในเครื่องปรุงด้วยเสมอ เป็นต้นว่า ต้มยำ ต้มข่าไก่ ยำ น้ำพริกต่างๆช่วยเพิ่มรสชาติรวมทั้งค่าให้กับของกิน ส่งกลิ่นหอมชวนกิน จนแปลงเป็นสิ่งที่จะห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยในของกินกลุ่มนี้ นอกเหนือจากนี้ยังมีกลิ่นหอมเฉพาะบุคคลจากน้ำมันหอมระเหย ทำให้ตะไคร้ถูกเอาไปใช้เป็นกลิ่นในสินค้าเพื่อสุขภาพล้นหลาม อีกทั้งน้ำมันหอยระเหย น้ำมันทาตัว ยาจุดกันยุง สบู่ต่างๆ
ตะไคร้ จัดเป็นไม้ล้มลุกที่จัดอยู่ในวงศ์ต้นหญ้า มีหลากหลายชนิด นอกจากนำไปปรุงอาหารแล้วและทำเป็นยาสมุนไพรแล้ว ตะไคร้บางชนิดยังช่วยไล่ยุงมดแมลงได้อีกด้วย จึงจัดเป็นผักสวนครัวที่อยู่คู่กับคนประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนาน หลายบ้านก็เลยนิยมปลูกเอาไว้ในบ้าน จะใช้เมื่อใดก็ตัดมาใช้ได้โดยทันที
ตะไคร้จัดเป็นสมุนไพรที่หลบคุณประโยชน์ไว้มากไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเป็นอีกทั้งของกินรวมทั้งยารักษาโรค มีวิตามินและก็แร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง แมงกานีส และก็โฟเลต ประสิทธิภาพคับแก้วขนาดนี้ผู้ที่เกลียดชังตะไคร้ลองเปลี่ยนความคิดกันใหม่ หันมาชอบตะไคร้ให้มากยิ่งขึ้น จะได้ประโยชน์จำนวนมากแน่ๆ
ตะไคร้หอมไล่ยุงได้จริงหรือ?
ในตะไคร้หอม มีน้ำมันหอยละเหยอยู่ซึ่งมีฤทธิ์ในการคุ้มครองปกป้องแมลงได้ โดยครีมที่มีส่วนผสมจากน้ำมันหอมละเหยในตะไคร้สามารถคุ้มครองยุงลาย ยุงก้นปล่อง และก็ยุงอารมณ์เสียกัดได้ ยิ่งกว่านั้นยังฤทธิ์สำหรับการกำจัดลูกน้ำยุงได้อีกด้วย
นอกจากยุงแล้ว สารสกัดจากตะไคร้หอมยังช่วยคุ้มครองแมลงชนิดอื่น เป็นต้นว่า แม้ผสมสารสกัดตะไคร้กับสะเดาจะมีผลช่วยลดเพลี้ยอ่อนและก็หนอนเจาะฝักซึ่งเป็นศัตรูของถั่วค้าง ส่วนยาสระผมที่มีส่วนผสมจากตะไคร้หอม สามารถฆ่าตัวเห็บหมัดในสัตว์เลี้ยงได้
ลักษณะ
ลำต้นรูปทรงกระบอก แข็ง สะอาด ตามบ้องมักมีไขปกระอุลม เหง้า มีข้อและปล้องสั้นมากมาย กาบใบสีขาวนวล หรือสีขาวคละเคล้าม่วง รสปร่า  มีกลิ่นหอมเฉพาะ
คุณประโยชน์
– ทั้งยังต้น : ใช้เป็นยารักษาโรคหือหอบ แก้ปวดท้อง ขับเยี่ยว รวมทั้งแก้อหิวาตกโรค นอกจากนี้ยังใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น รักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และก็ขับเหงื่อ
– ใบ : ช่วยลดระดับความดันโลหิตสูง แก้ไข้
– ราก : ใช้เป็นยาแก้ไข เจ็บท้อง ท้องเดิน
– ต้น : ใช้เป็นยาขับลม ยาแก้เบื่อข้าว แก้โรคทางเดินเยี่ยว นิ่ว เป็นยาบำรุงธาตุไฟให้เจริญรุ่งเรือง ยิ่งกว่านั้นยังคงใช้ขจัดกลิ่นคาวได้ด้วย
– น้ำมัน : มีฤทธิ์ต้นเชื้อรา รวมทั้งมีกลิ่นไล่สุนัขรวมทั้งแมว
ตำรายาไทย : ต้น รสหอมปร่า ขับลม ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่นจุกเสียด แก้อาการเกร็ง ขับเหงื่อ แก้โรคทางเดินฉี่ แก้อาการขัดเบา แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะเป็นเลือด ทำให้เจริญอาหาร ลดความดันโลหิต เหง้า แก้ไม่อยากกินอาหาร บำรุงไฟธาตุ แก้กระษัย ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ฉี่ขัด แก้ปัสสาวะทุพพลภาพ แก้นิ่ว เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ไข้หวัด ขับเมนส์ ขับระดูขาว ใช้ข้างนอกทาแก้ลักษณะของการปวดบวมตามข้อ
ตะไคร้หอม
ตะไคร้ คุณประโยชน์
ลักษณะ
ลำต้นเป็นข้อๆใบรูปขอบขนานปลายแหลม ใบยาวกว่าตะไคร้บ้าน รูปแบบของใบกว้าง 5-20 มม. ยาวราวๆ 50-100 ซม. แผ่นใบแคบ ยาว รวมทั้งนิ่มกว่าตะไคร้บ้าน มีสีเขียว ผิวเนียน และมีกลิ่นหอมสดชื่นเหม็นเบื่อ ก้านใบเป็นกาบทับกันแน่นสีเขียวคละเคล้าม่วงแดง รากฝอยแตกออกจากโคน ต้นและใบมีกลิ่นแรงกระทั่งกินเป็นของกินมิได้ อีกทั้งต้น มีรสปร่า ร้อนขม

คุณประโยชน์
– ทั้งยังต้น : ใช้เป็นยาแก้ปากแตกระแหง แก้ริดสีดวงในปาก ขับลมในลำไส้ แก้แน่น ขับโลหิตรอบเดือน มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบบีบตัว ไม่เหมาะสมกับสตรีมีท้อง เนื่องจากว่าหากทานเข้าไป อาจจะทำให้แท้งได้
– ใบ : ใช้เป็นยาคุม ชำระล้างลำไส้ ไม่ให้กำเนิดซาง
– ราก : แก้ลมจิตรวาด หัวใจ กระวายกระวน ฟุ้งซ่าน
– ต้น : แก้ลมพานไส้ แก้ธาตุ แก้เลือดลมไม่ดีเหมือนปกติ
– น้ำมัน : ใช้ทาปกป้องยุง มีฤทธิ์ไล่แมลง รวมทั้งใช้รักษาโรคตัวเห็บสุนัข
ตำราเรียนยาไทย : ใช้ เหง้า เป็นยาบีบมดลูก ทำให้แท้งบุตรได้ คนท้องห้ามรับประทาน นอกเหนือจากนั้นยังใช้ขับระดู ขับฉี่ ขับระดูขาว ขับลมในไส้ แก้แน่น แก้แผลในปาก แก้ตานซางในลิ้นรวมทั้งปาก บำรุงไฟธาตุ แก้ไข้ แก้อ้วก แก้ริดสีดวงตา แก้ธาตุ แก้เลือดลมไม่ดีเหมือนปกติ
เหง้า ใบ และกาบ นำมากลั่นได้น้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นเครื่องหอม ยกตัวอย่างเช่น สบู่ หรือพ่นทาผิวหนังกันยุง แมลง ทั้งต้น มีรสปร่า ร้อนขม แก้ริดสีดวงในปาก
คุณประโยช์จากน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้
– น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้บ้าน ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว มีชีวิตชีวา ทำให้คล่องแคล่ว ผ่อนคลายความเคลียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยเจริญอาหาร บรรเทาลักษณะของการปวดโรคข้ออักเสบ ปวดกล้าม
-น้ำมันหอมระเหยที่กลั่นจากใบตะไคร้ ช่วยทุเลาลักษณะของการปวดข้อ ช่วยต่อต้านเชื้อราบนผิวหนังได้อย่างดีเยี่ยม และช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ได้
ข้อควรระวัง
ตะไคร้มีฤทธิ์ที่จะช่วยขับโลหิต ทำให้มดลูกบีบตัว ห้ามใช้กับหญิงตั้งท้องเนื่องจากว่าอาจจะส่งผลให้แท้งได้

Tags : ประโยชน์ตะไคร้

10

น้ำมันเหลือง คืออะไร ?
น้ำมันเหลือง ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรคุณภาพเยี่ยม ทำจากพืชสมุนไพรจำพวกต่างๆกัน สรรพคุณที่ใช้สูดดม ทา นวด เพื่อบรรเทาอาการต่างๆคุณประโยชน์นี้ไม่เป็นรองยาแผนปัจจุบันอย่างยิ่งจริงๆ
การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
การนวดน้ำมันเหลืองเป็นวิธีในการดูแลสภาพผิวและก็สุขภาพที่ขอชี้แนะเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรรวมทั้งพืชต่างๆที่อุดมไปด้วยผลดีที่ดีต่อร่างกาย โดนการนำสารสกัดกลิ่นแล้วก็เนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอมสดชื่น รวมถึงสัมผัสของของน้ำมันเหลืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความตึงเครียด ทำให้พวกเราผ่อนคลาย รวมถึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นรวมทั้งผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้พวกเราจะพาไปดูประโยชน์ของการนวดน้ำมันว่าเป็นประโยชน์ในด้านใดบ้าง
บริการนวดน้ำมันนวดและก็ส่วนมากสร้างความเข้มแข็ง ระบบภูมิคุ้มกันรวมทั้งช่วยสำหรับการย่อยของกินดีขึ้น.
ศิลป์ที่สวยสดงดงามของการนวดได้ทวีความร้ายแรงมากขึ้นด้วยการนวดน้ำมันบางมาก. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณลักษณะรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อให้บริการด้านต่างๆสำหรับในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันเหลืองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความอยากส่วนตัวของคุณแล้วก็บรรเทาร่างกายของคุณด้วยการนวดน้ำมันเหลืองผ่อนคลายแล้วก็ฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อรักษาความสมดุลด้านจิตวิญญาณของคุณและร่างกายที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.คุณประโยชน์มีอะไรบ้าง ?
คุณประโยชน์ของน้ำมันเหลือง สมุนไพรนั้น มีล้นหลามทีเดียว
บรรเทาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด แก้วิงเวียนหัว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเป็นแล้ง
แก้เคล็ดลับขัดยอก ฟกช้ำดำเขียว ทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ปวดบวม
ทาท้องเพื่อขับลมด้านในท้อง
ทาแก้ผื่นผื่น ตุ่มคัน
ทาก่อนนอนทำให้หลับง่ายดายมากยิ่งขึ้น จิตใจสงบ บรรเทา ทาถูนวดฝ่าตีน ไล่เลือดลม
ใช้ทาแก้ เหน็บชา ตะคิว ปวดสันหลังปวดบั้นเอว ปวดเข่า ปวดขา ฟกช้ำดำเขียว ปวดกล้าม สูดดมแก้อาเจียน หน้ามืด โรคหอบหืด และก็ไซนัส
- ทุเลาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม
- แก้กลยุทธ์ขัดยอก ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย
- ทาท้องเพื่อขับลมด้านในท้อง
- ทาแผลมีดบาด ทาแก้ผื่นผื่น
- ทาก่อนนอนช่วยทำให้หลับง่ายขึ้น
- น้ำมันเหลืองทุเลาอาการคัดจมูก เหตุเพราะหวัด
คนใดกันแน่ที่ถูกใจใช้ น้ำมันเหลือง บ่อยๆห้ามพลาด เนื่องจากว่าวันนี้พวกเรานำน้ำมันเหลืองสูตรใหม่ กลิ่นไม่ฉุนจัด ซึ่งทั่วๆไปนั้นมีการทำกันเปลี่ยนสูตรมากมาย แล้วแต่ว่าใครกันแน่ชอบสูตรไหน เป็นน้ำมันเหลืองที่ทำมาจากธรรมชาติล้วนๆใช้สมุนไพรดีๆของไทยทั้งหมดมักใช้แก้ปวด แก้เวียนหัว แก้ตะคิว รักษาอาการหอบหืด ไซนัส บางสูตรแก้อาการท้องอืดได้ด้วย ไปดูสูตรแนวทางการทำกันเลย
วัสดุ เครื่องมือ
1.เมนทอล 300 กรัม
2.พิมเสน 100 กรัม
3.การบูร 100 กรัม
4.หัวไพลแก่จัด 200 กรัม
5.น้ำมันงาบริสูทธิ์ 50 กรัม
6.กระทะสำหรับทอดหัวไพล
7.ภาชนะสำหรับผสมสาร ดังเช่น ขวดบรรจุกาแฟ ขวดแก้ว
การทำ
1.ล้างหัวไพลให้สะอาดตากให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแห้ง
2.ทอดหัวไพลในน้ำมันงาโดยใช้ไฟอ่อนๆทอดไปกระทั่งน้ำมันเป็นสีเหลือง เสร็จแล้วใส่สมุนไพรตัวทอดต่อให้หมดฟองยกลงจากเตากรองเอากากทิ้ง
3.นำส่วนประกอบทั้ง 3 จำพวก ในอัตราส่วนที่ระบุเป็น(เมนทอล 3 ส่วน พิมเสน 1 ส่วน พิมเสน 1 การบูร 1 ส่วน )เทผสมรวมกันในภาชนะสำหรับผสมสาร
4.ใช้ไม้พายเล็กคนให้ส่วนประกอบทั้งผองละลายเป็นของเหลว (ถ้าเกิดไม่ใช่ไม้คนบางทีอาจใช้กรรมวิธีเขย่าขวดให้ส่วนผสมละลายก็ได้
5.เติมน้ำมันที่สกัดจากหัวไพลลงไป คนให้เข้ามาเป็นเนื้อเดียว
6.น้ำมันเหลืองที่ได้บรรจุขวดปิดฝาให้แน่น
ประโยชน์ของการนวดน้ำมัน
นวดจริงเป็นการกระตุ้นเนื้อเยื่อของร่างกายด้วยมือ, เพื่อสนับสนุนสุขภาพและก็ฟื้นฟูให้ร่างกายทั้งผอง. น้ำมันนวดถูกออกแบบมาเพื่อมือเลื่อนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในระหว่างนวด และในเวลาเดียวกันเครื่องหอมอโรมาให้มีความผ่อนคลายสูงที่สุดสำหรับทั้งกายและใจ. อ่านถัดไปเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้เกี่ยวกับคุณประโยช์จากการนวดน้ำมันแล้วก็บรรเทาร่างกายของคุณที่มีประสบการณ์นวดสดชื่น.
เมื่อมาถึงการนวดน้ำมันเหลือง, มีหลายร้อยปิดตัวเลือกที่ต่างกันให้เลือก. คุณได้อย่างอิสระสามารถเลือกจากจำนวนไม่น้อยน้ำหอมและก็สีที่แตกต่างกันเพื่อให้บริการ. น้ำมันนวดบำบัดรักษา, น้ำมันร้อน, น้ำมันนวดกระตุ้นความรู้สึก, น้ำมันหอม
จะสามารถพบได้ในตลาดท้องน้ำมันนวดน้ำมันเหลืองเพื่อคุณสามารถเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการและความมุ่งหมายของคุณ.
ลดการ ความเครียด
นวดเป็นวิธีที่ดีเลิศมาก ลดความตึงเครียด และความเครียดที่มีการสะสมในร่างกายของคุณในระหว่างวันที่เหน็ดเหนื่อย.
น้ำมันนวดน้ำมันหอมระเหยที่มีน้ำมันหอมระเหยที่สงบประสาท, ช่วยให้คุณผ่อนคลายรวมทั้งกำจัดความนึกคิดเชิงลบที่สะกิดความตึงเครียด.
อ่อนโยน, , ช่วยทำให้คุณ รักษา และก็คืนจิตวิญญาณแล้วก็ความสมดุลทางอารมณ์ของคุณ.
เสริมการไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น
หนึ่งในผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของน้ำมัน นวด คือมันช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตรวมทั้งในเวลาเดียวกันจะช่วยลดความดันเลือดซึ่งเป็น น.

11

การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
[url=https://www.charmingfresh.com/product/49/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3https://www.chiangdaonaturefood.com/product/45/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3]น้ำมันนวด[/url] เป็นวิธีดูแลสภาพผิวและสุขภาพที่ขอแนะนำเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรและพืชต่างๆที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ โดนการนำสารสกัดกลิ่นและเนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอม รวมทั้งสัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย รวมไปถึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นและผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้เราจะพาไปดูประโยชน์ของการนวดน้ำมันว่ามีประโยชน์ในด้านใดบ้าง
1.การนวดน้ำมันจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้ทำงานดีมากขึ้น ลดการตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย
2.การนวดน้ำมัน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของโลหิต ให้ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถหล่อเลี้ยงออกซิเจนและสารอาหารต่างๆทั่วร่างกายอย่างครบถ้วน ป้องกันโรคต่างๆรวมทั้งความดันโลหิตได้ดีอีกด้วย
3.ความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ด้วยการเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เข้าไปกำจัดสารพิษ ทั้งภายในร่างกายและสภาพผิว ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกมา ทำให้ผิวของคุณเรียบเนียนชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล
5.ช่วยในเรื่องการนอนหลับให้ดีกว่าเดิม น้ำมันนวด ผ่อนคลายสมองและร่างกายต่างๆ ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้นอนหลับสนิทได้ดีว่าเดิม
ปวดเมื่อยร่างกายทีไร สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงก็คงอยากจะพาตัวเองไปนอนเอนกาย รับบริการนวดแผนไทย นวดน้ำมัน หรือนวดอะไรก็ได้สักอย่างเพื่อให้เราคลายความปวดเมื่อยเนื้อตัว แต่นอกจากการนวดจะช่วยให้เราสบายตัวขึ้น ว่าไม่ใช่แค่คลายความปวดเมื่อยที่การนวดสามารถทำให้เราได้ แต่ยังมีอีก 6 ประโยชน์ที่น่าแปลกใจและดีใจไปพร้อม ๆ กัน ที่ร่างกายจะได้รับผลดีผ่านการบีบนวดเนื้อตัวตามนี้เลยค่ะ


ลดอาการปวดหัวไมเกรน


          สำหรับคนที่เคยทรมานจากอาการปวดหัวไมเกรนอยู่บ่อยครั้ง แพทย์ก็ได้แนะนำให้ลองไปนวดบำบัดสุขภาพดูบ้าง เพราะจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า ผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนที่ได้รับบริการนวดตัวติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ จะสามารถบรรเทาอาการข้างเคียงของโรคไมเกรน และนอนหลับได้อย่างสนิทขึ้นด้วยค่ะ
 บรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบจากการออกกำลังกาย
          เวลาที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายจะได้รับผลกระทบเป็นอาการปวดเมื่อย หรือกล้ามเนื้ออักเสบเป็นของแถม ซึ่งการศึกษาของ Buck Institute for Research on Aging and McMaster University in Ontario, Canada ก็ได้เผยวิธีบรรเทาอาการว่า ให้ลองไปเอนกายรับบริการนวดตัวดูบ้าง เพราะน้ำมันนวด จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการออกกำลังกายได้ดีเทียบเท่าการรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อยังไงยังงั้นเลยล่ะ


มองเด็กขึ้น


          ต่อแต่นี้ไปไม่ต้องลำบากแอ๊บแบ๊วกระชากวัยอีกต่อไป เพราะเหตุว่าเพียงแต่ไปสปาให้เขานวดๆบีบๆร่างกายอยู่เสมอๆก็สามารถทำให้เรามองเด็กขึ้นได้แล้ว โดยผู้ที่มีความชำนาญด้านผิวหนังก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า การขัดหน้าหรือนวดหน้า รวมถึงนวดตัว เป็นการกระตุ้นให้เลือดในร่างกายไหลเวียนดีขึ้นน้ำมันนวด ซึ่งก็ทำให้สุขภาพผิวดียิ่งขึ้นด้วย ทั้งการนวดยังช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมท่อน้ำเหลือง ให้กำจัดสารพิษที่อยู่ใต้ผิวหนังให้หมดไป ทำให้สารอาหารและวิตามินต่างๆซึมไปสู่เซลล์ผิวได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวดูเบิกบานใจเต่งตึงได้อีกที รวมไปถึงกำจัดริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณผิวหน้าได้อีกด้วยนะ


คุ้มครองป้องกันอาการ PMS


          สาวๆทุกคนอาจจะรู้ว่าอาการ PMS ก่อนมีเมนส์นั้นสร้างความทรมาทรกรรมให้กับพวกเราได้มากมายขนาดไหน แต่วันนี้พวกเราไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลกับอาการกลุ่มนี้อีกต่อไป เนื่องจากผลการศึกษาของ Touch Research Institute and University of Miami Medical School พบว่า การนวดตัวสามารถปกป้องอาการข้างๆทุกชนิดในขณะที่เพศหญิงมีรอบเดือนได้อยู่หมัด ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการปวดหลัง ปวดท้อง ตัวบวม น้ำหนักขึ้น หรืออาการหงุดหงิดฉุนเฉียว แต่ว่าวิธีนวดบางทีอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกับผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 19-45 ปี เท่านั้นนะคะ


ลดอาการใกล้กันของโรคมะเร็ง


          ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันเผยว่า ผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่ระบาดที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนก้าวหน้าขึ้น ทุเลาลักษณะการเจ็บปวด รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เปิดเผยว่า คนป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่กระจาย จะทรมานจากอาการเจ็บปวดลดน้อยลง อ้วกน้อยครั้ง ไหมคลื่นไส้เลย รู้สึกสดชื่นขึ้น ความดันดีกว่าเดิม และก็เครียดจากอาการป่วยลดน้อยลง ภายหลังจากได้รับการบำบัดด้วยแนวทางนวด


ทุเลาอาการปวดเรื้อรัง


          น้ำมันนวด ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดรักษาได้บอกกล่าวถึงประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังว่า ผู้ที่มีลักษณะอาการปวดเรื้อรัง ดังเช่น ปวดตามข้อ โรคข้ออักเสบ และก็อาการปวดปวดเมื่อยเรื้อรังอื่นๆจะคลายลักษณะการเจ็บปวดเหล่านี้ลงไปได้มาก ภายหลังได้รับบริการนวดอย่างถูกต้องต่อเนื่องกันเพียงแต่ 2-3 ครั้งเพียงเท่านั้น เพราะว่าน้ำมันนวด ใช้ได้อย่างถูกจุด จะช่วยทุเลาอาการเกร็งของกล้ามในส่วนนั้นๆได้อย่างรวดเร็ว ก็เลยสามารถทุเลาลักษณะการเจ็บปวดของกล้ามบริเวณนั้นได้อย่างทันใจนั่นเองจ้ะ

12

การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
น้ำมันนวด เป็นวิธีดูแลสภาพผิวและสุขภาพที่ขอแนะนำเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรและพืชต่างๆที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ โดนการนำสารสกัดกลิ่นและเนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอม รวมทั้งสัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย รวมไปถึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นและผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้เราจะพาไปดูประโยชน์ของการนวดน้ำมันว่ามีประโยชน์ในด้านใดบ้าง
1.การนวดน้ำมันจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้ทำงานดีมากขึ้น ลดการตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย
2.การนวดน้ำมัน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของโลหิต ให้ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถหล่อเลี้ยงออกซิเจนและสารอาหารต่างๆทั่วร่างกายอย่างครบถ้วน ป้องกันโรคต่างๆรวมทั้งความดันโลหิตได้ดีอีกด้วย
3.ความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ด้วยการเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เข้าไปกำจัดสารพิษ ทั้งภายในร่างกายและสภาพผิว ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกมา ทำให้ผิวของคุณเรียบเนียนชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล
5.ช่วยในเรื่องการนอนหลับให้ดีกว่าเดิม น้ำมันนวด ผ่อนคลายสมองและร่างกายต่างๆ ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้นอนหลับสนิทได้ดีว่าเดิม
ปวดเมื่อยร่างกายทีไร สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงก็คงอยากจะพาตัวเองไปนอนเอนกาย รับบริการนวดแผนไทย นวดน้ำมัน หรือนวดอะไรก็ได้สักอย่างเพื่อให้เราคลายความปวดเมื่อยเนื้อตัว แต่นอกจากการนวดจะช่วยให้เราสบายตัวขึ้น ว่าไม่ใช่แค่คลายความปวดเมื่อยที่การนวดสามารถทำให้เราได้ แต่ยังมีอีก 6 ประโยชน์ที่น่าแปลกใจและดีใจไปพร้อม ๆ กัน ที่ร่างกายจะได้รับผลดีผ่านการบีบนวดเนื้อตัวตามนี้เลยค่ะ


ลดอาการปวดหัวไมเกรน


          สำหรับคนที่เคยทรมานจากอาการปวดหัวไมเกรนอยู่บ่อยครั้ง แพทย์ก็ได้แนะนำให้ลองไปนวดบำบัดสุขภาพดูบ้าง เพราะจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า ผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนที่ได้รับบริการนวดตัวติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ จะสามารถบรรเทาอาการข้างเคียงของโรคไมเกรน และนอนหลับได้อย่างสนิทขึ้นด้วยค่ะ
 บรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบจากการออกกำลังกาย
          เวลาที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายจะได้รับผลกระทบเป็นอาการปวดเมื่อย หรือกล้ามเนื้ออักเสบเป็นของแถม ซึ่งการศึกษาของ Buck Institute for Research on Aging and McMaster University in Ontario, Canada ก็ได้เผยวิธีบรรเทาอาการว่า ให้ลองไปเอนกายรับบริการนวดตัวดูบ้าง เพราะ[url=https://www.charmingfresh.com/product/49/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3https://www.chiangdaonaturefood.com/product/45/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3]น้ำมันนวด[/url][/url][/color] จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการออกกำลังกายได้ดีเทียบเท่าการรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อยังไงยังงั้นเลยล่ะ


มองเด็กขึ้น


          ต่อไปนี้ไม่ต้องลำบากแอ๊บแบ๊วดึงวัยอีกต่อไป เนื่องจากเพียงไปสปาให้เขานวดๆบีบๆร่างกายอยู่เสมอๆก็สามารถทำให้พวกเรามองเด็กขึ้นได้แล้ว โดยผู้ที่มีความชำนาญด้านผิวหนังก็ได้อธิบายเพิ่มอีกว่า การขัดหน้าหรือนวดหน้า รวมถึงนวดตัว เป็นการกระตุ้นให้เลือดในร่างกายไหลเวียนน้ำมันนวด ซึ่งก็ทำให้สุขภาพผิวดียิ่งขึ้นด้วย อีกทั้งการนวดยังช่วยกระตุ้นหลักการทำงานของต่อมท่อน้ำเหลือง ให้กำจัดพิษที่อยู่ใต้ผิวหนังให้หมดไป ทำให้สารอาหารและวิตามินต่างๆซึมเข้าสู่เซลล์ผิวได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวมองสดชื่นเต่งตึงได้อีกครั้ง รวมไปถึงกำจัดริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบๆผิวหน้าได้อีกด้วยนะ


คุ้มครองป้องกันอาการ PMS


          ผู้หญิงทุกคนอาจรู้ดีว่าอาการ PMS ก่อนมีประจำเดือนนั้นสร้างความทรมานให้กับพวกเราได้มากมายแค่ไหน แม้กระนั้นวันนี้พวกเราไม่ต้องกังวลกับอาการเหล่านี้อีกต่อไป เพราะว่าผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยของ Touch Research Institute and University of Miami Medical School พบว่า การนวดตัวสามารถคุ้มครองอาการใกล้กันทุกชนิดตอนที่หญิงมีระดูได้อยู่มือ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการปวดข้างหลัง เจ็บท้อง ตัวบวม น้ำหนักขึ้น หรืออาการรำคาญฉุนเฉียว แต่วิธีนวดบางทีก็อาจจะได้ประสิทธิภาพที่ดีกับผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 19-45 ปี แค่นั้นนะคะ


ลดอาการข้างๆของโรคมะเร็ง


          ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันเปิดเผยว่า คนป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่ขยายที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนเจริญขึ้น ทุเลาลักษณะการเจ็บปวด รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เปิดเผยว่า คนเจ็บโรคมะเร็งระยะแพร่ขยาย จะทรมานจากลักษณะของการเจ็บปวดน้อยลง คลื่นไส้น้อยครั้ง หรือไม่อาเจียนเลย รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น ความดันดีมากกว่าเดิม แล้วก็เครียดจากลักษณะการป่วยลดน้อยลง หลังจากได้รับการบำบัดด้วยแนวทางนวด


บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง


          น้ำมันนวด ผู้ชำนาญทางกายภาพบำบัดรักษาได้บอกกล่าวถึงประสบการณ์ของตนให้ฟังว่า คนที่มีอาการปวดเรื้อรัง ดังเช่น ปวดตามข้อ โรคข้ออักเสบ และก็ลักษณะของการปวดปวดเมื่อยเรื้อรังอื่นๆจะคลายลักษณะของการเจ็บปวดพวกนี้ลงไปได้มาก ภายหลังจากได้รับบริการนวดอย่างแม่นยำต่อเนื่องกันเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง เพราะน้ำมันนวด ใช้ได้อย่างถูกจุด จะช่วยบรรเทาอาการเกร็งของกล้ามในส่วนนั้นๆได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถทุเลาลักษณะการเจ็บปวดของกล้ามบริเวณนั้นได้อย่างทันใจนั่นเองจ้ะ

13

ฟ้าทะลายโจร
ชื่อสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน  น้ำลายพังพอน , จอมโจรห้าร้อย (ภาคกึ่งกลาง,กรุงเทพ), สามสิบดี (ร้อยเอ็ด) , ฟ้าสาง (จ.สกลนคร) , เขยตายายหุ้ม (ราชบุรี) , หญ้ากันงู (สงขลา) , ฟ้าสะท้าน (จังหวัดพัทลุง) , เมฆทะลาย (จังหวัดยะลา) ,เชิญสิน , เจ๊กเกี้ยงฮี้ , โขว่เซ่า , ซีปังฮี (จีน)
ชื่อสามัญ  Kariyat, Creat, Herba  Andrographis, Indian Echinace
ชื่อวิทยาศาสตร์  Andrographis paniculata (Burm. f .) Nees
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees
สกุล   Acanthaceae
บ้านเกิดเมืองนอน ฟ้าทะลายมิจฉาชีพ เป็นไม้ล้มลุกในเชื้อสายเดียวกับโหระพาหรือกระเพรา มีบ้านเกิด รวมทั้งเจอแพร่ระบาดตามประเทศต่างๆในทวีปเอเซีย ซึ่งจัดเป็นสมุนไพรแคว้นในประเทศแถบเอเชียรวมถึงเอเซียอาคเนย์ ได้แก่ ประเทศอินเดีย จีน ศรีลังกา ไทย รวมทั้งยังคงใช้กันอย่างล้นหลามในหลายประเทศทั่วทวีปเอเชีย โดยนิยมนำส่วนของใบและลำต้นใต้ดินมาทำเป็นยารักษาโรค โดยเป็นไม้ล้มลุกที่มีรสขมจัด กระทั่งขึ้นชื่อว่าเป็นแรงวแห่งความขม “King of the Bitterness”  ในขณะนี้สามารถเจอฟ้าทะลายขโมยได้ทั่วไปในประเทศไทย ลาว เขมร มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน อินเดีย ศรีลังกา รวมทั้งหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ส่วนในประเทศไทยนั้นสามารถเจอได้ทุกภาคของประเทศ รวมทั้งยังเป็นสมุนไพรที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับในการนำมาใช้ผลดีสำหรับในการรักษาโรคอีกด้วย
ลักษณะทั่วไป ฟ้าทะลายขโมย เป็นไม้พุ่มเตี้ยสูง 40-80 เซลเซียสมัธยม ลำต้นลักษณะสี่เหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขามาก ทั้งยังต้นมีรสขมมาก ใบออกตรงกันข้ามกัน ตัวใบยาวรีปลายใบเรียวแหลม ยาว 2-8 ซ.ม. กว้าง 1-3 เซลเซียสมัธยม ขอบใบมีรอยหยักเล็กน้อยเกือบจะเรียบ ก้านใบสั้นจนแทบจะเรียกว่า ไม่มีก้านใบ ดอกออกมาจากซอกใบหรือที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงมีสีเขียว ยาวราวๆ 3 ม.มัธยม ส่วนโคนชิดกันปลายแยกเป็น 5 กลีบเรียวแหลมกลีบดอกไม้ติดกันเป็นหลอดสีขาว ปลายแยกเป็น 2 ซีกใหญ่ๆเหมือนปาก ซีกบนขนาดใหญ่กว่าซีกข้างล่าง
ส่วนปลายยังแบ่งเป็นกลีบเล็กๆ3 กลีบ มีรอยกระสีม่วง ส่วนล่างมีขนาดเล็ก ส่วนปลายมีรอยแยกเป็น 2 กลีบสีขาว เกสรตัวผู้มี 2 อัน ชิดกับกลีบดอก ก้านเกสรเป็นเส้นสีขาวบางๆยื่นออกมา 2 เส้น มีขนนุ่มๆปกคลุมอยู่ ปลายมีอับเรณูสีม่วงดำ ก้านเกสรตัวเมียเป็นเส้นยาวๆบางๆสีแดงอมาแตะต้องที่อับเรณูของเกสรตัวผู้ รังไข่มี 1 อัน ผลเป็นฝักทรงกระบอกแบนมีร่องลึกกึ่งกลางด้านแบบทั้งสองด้าน ฝักยาวโดยประมาณ 1.5 เซลเซียสมัธยม กว้าง 0.5 เซลเซียสม. ฝักแก่แล้วแตกตามรอยข้าง ฝักแบ่งเป็น 2 ด้าน โดยมีร่องลึกนั้นอยู่ที่ส่วนละร่อง เมล็ดสีส้มแดงแข็ง ดูออกจะโปร่งแสง ฝักหนึ่งมีเม็ดหลายเมล็ด
การขยายพันธุ์
ฟ้าทะลายมิจฉาชีพเป็นพืชล้มลุกนานหลายปี สามารถประสบพบเห็นได้ตามพื้นที่ทั่วๆไป เป็นพืชที่เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ถูกใจดินร่วนซุย ดินมีความชื้น สามารถเติบโตในพื้นที่ที่มีวัชพืชขึ้นดกได้ดี พบได้มากอีกทั้งในที่โล่งแจ้งหรือแดดรำไร
การขยายพันธุ์ฟ้าทะลายมิจฉาชีพนิยม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด เม็ดที่ใช้ควรจะเป็นเมล็ดแก่ที่มีลักษณะสีดำ โดยการโปรยในแปลงดินหรือพื้นที่ว่างทั่วไป รวมถึงการหยอดเม็ดในกระถาง เมล็ดจะแตกออกข้างใน 1-2 อาทิตย์
ฟ้าทะลายโจรหลังเมล็ดแตกออกแล้วไม่อยากการดูแลมากมายเหมือนพืชทั่วไป เนื่องด้วยไม่มีโรคหรือแมลงคอยทำลายเท่าไรนัก เพียงแค่คอยกำจัดวัชพืชรอบลำต้นก็สามารถเติบโตเจริญ และไม่จะต้องใช้ปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด แม้กระนั้นควรจะรอให้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยคอก แล้วก็กระพรวนดินให้ร่วนซุยบ่อย
สำหรับในการเก็บเกี่ยวควรจะเก็บเกี่ยวในตอนที่พืชออกดอกตั้งแต่แมื่อเริ่มออกดอกจนกระทั่งดอกบานจำนวนร้อยละ 50 เพื่อมีปริมาณสารสำคัญสูง ซึ่งพืชจะแก่ราว 110-150 วัน
องค์ประกอบทางเคมี
ส่วนเหนือดินฟ้าทะลายโจร มีสารสำคัญพวกไดเทอร์พีนแล็กโทน (diterpene lactones) หลากหลายประเภท ดังเช่น แอนโดเกลื่อนกลาดราโฟไลด์ (andrographolide) นีโอแอนโดร-กราโฟไลด์ (neoandrographolide) ดีออกซีแอนโดร-กราโฟไลด์ (deoxyandrographolide) ดีออกซีไดดีไฮโดรแอนโดรกราโฟไลด์ (deoxy-didehydro andrographolide) ทั้งนี้วัตถุดิบฟ้าทะลายขโมยที่ดีต้องมีจำนวนแล็กโทนรวมคำนวณเป็นแอนโดรกราโฟไลด์ไม่ต่ำยิ่งกว่าร้อยละ 6 และไม่ควรที่จะเก็บวัตถุดิบไว้ใช้นานๆเพราะจำนวนสารสำคัญจะลดโดยประมาณจำนวนร้อยละ 25 เมื่อเก็บไว้ 1 ปี รวมถึงยังมีสารกลุ่มฟลาโวน ได้แก่ aroxylin, wagonin, andrographidine A , paniculide A ,paniculide B , paniculide C , andrographolide , neoandrographolide ,
deoxyandrographolide-19-B-D-glucopyranoside , deoxyandrographolide , caffeic acid (3, 4- dihydroxy-cinnamicacid) , chlorogenic acid , 3, 5-dicaffeoyl-d-quinic acid , Ninandrographolide
    Andrographoside                         Paniculide A               
คุณประโยชน์/สรรพคุณ สำหรับเพื่อการนำฟ้าทะลายโจรมาใช้ประโยชน์นั้นส่วนใหญ่จะเน้นหนักในเรื่องคุณประโยชน์ทางยาสำหรับเพื่อการรักษาโรคมากกว่าจะนำมาทำประโยชน์อื่น ซึ่งสรรพคุณของฟ้าทะลายมิจฉาชีพนั้นมีดังนี้
ตำราเรียนยาไทย ฟ้าทะลายโจรเป็นยาเย็นมีรสขมใช้ดับร้อน , แก้พิษ , เพื่อรักษาไข้ หวัด ไข้หวัดใหญ่ ดับพิษร้อน ยับยั้งอักเสบในอาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ  ขับเสมหะ ลดบวม แก้บิด แก้กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ รักษาโรคผิวหนัง ฝี การต่อว่าดเชื้อ ที่ทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องเดิน บิด ทำให้เจริญอาหาร ลดระดับความดันเลือด คางทูม หูชั้นกลางหรือปากอักเสบอื่นๆอีกมากมาย
ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้เจาะจงคุณประโยชน์ของฟ้าทะลายมิจฉาชีพไว้ดังต่อไปนี้  ช่วยรักษาโรคหวัด เพราะว่ามีสารสำคัญทางวิชาพฤกษศาสตร์หลายแบบ ได้แก่ ไดเทอร์ปีนแลคโตน (Diterpene Lactones) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) รวมทั้งสารประกอบอื่นๆซึ่งเชื่อว่าช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้ดำเนินงานดีขึ้น และมีส่วนช่วยบรรเทาอาการจากโรคหวัดสำหรับคนเจ็บที่มีอาการไม่รุนแรง และก็ค่อนข้างไม่เป็นอันตรายในการกิน เนื่องจากจากการศึกษาเล่าเรียนไม่เจอผลข้างเคียง ซึ่งบางทีอาจเป็นอีกตัวเลือกเสริมของการดูแลและรักษาหวัดทั่วๆไป
โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ ฟ้าทะลายขโมยมีคุณสมบัติช่วยยั้งการหลั่งสารที่ทำให้เกิดอาการอักเสบภายในร่างกาย ต้านทานอนุมูลอิสระ การแข็งตัวของเลือด แล้วก็ยังเจอกล่าวว่าสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรช่วยปกป้องโรคลำไส้ใหญ่อักเสบจากการทดสอบในสัตว์ ทั้งยังยังถูกบรรจุเป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติของกระทรวงสาธารณสุขในหมวดกลุ่มลักษณะของระบบทางเดินอาหาร จึงมักนำมาใช้ประโยชน์สำหรับในการรักษาและก็บรรเทาโรคลำไส้อักเสบ
จากข้อมูลในข้างต้นมั่นใจว่าฟ้าทะลายขโมย มีความเป็นไปได้สำหรับการบรรเทาอาการโรคลำไส้ใหญ่อักเสบได้เหมือนกันกับยาเมซาลาซีนที่ใช้เป็นรักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบในขณะนี้ แม้กระนั้นควรระมัดระวังสำหรับการใช้อย่างเหมาะควรและก็อยู่ภายใต้การดูแลของหมอเป็นหลัก เนื่องจากว่าการใช้ฟ้าทะลายมิจฉาชีพยังเป็นการแพทย์ทางเลือกและพบรายงานผลกระทบจากการศึกษาอยู่บางส่วน
ลดอาการไข้รวมทั้งอาการเจ็บคอที่เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากต่อมทอนซิลอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบเป็นการอักเสบของต่อมทอนซิลจากการตำหนิดเชื้อในช่องคอ ด้วยคุณประโยชน์ช่วยยับยั้งอาการอักเสบแล้วก็ต่อต้านเชื้อการติดเชื้อของฟ้าทะลายขโมย และจากการวิจัยทดสอบจึงมั่นใจว่าฟ้าทะลายขโมย ช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการติดโรคในทางเดินหายใจตอนต้นได้
โรคข้อรูมาตอยด์  เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดการอักเสบตามข้อและหลายอวัยวะในร่างกาย ซึ่งฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารแอนโดเกลื่อนกลาดราโฟไลด์ (Andrographolide) จึงถูกประยุกต์ใช้เป็นการรักษาหนทางในโรคภูไม่ต้านตัวเองหรือแพ้ภูเขาไม่ตนเอง และก็จากการศึกษาเล่าเรียนการใช้ยาที่มีสารสกัดจากฟ้าทะลายมิจฉาชีพในคนป่วยโรคข้อรูมาตอยด์ที่มีลักษณะของโรคกำเริบ  ก็เลยคาดว่าฟ้าทะลายขโมยก็บางทีอาจใช้ประโยชน์เป็นการรักษาเสริมในคนไข้โรคข้อรูมาตอยด์ได้
ไข้หวัดใหญ่ คุณสมบัติของฟ้าทะลายโจรเป็นช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้ดำเนินการได้ดีขึ้น ฟ้าทะลายมิจฉาชีพ ก็เลยมีคุณภาพสำหรับเพื่อการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ได้ จากการศึกษาเล่าเรียนนำร่อง 2 ชิ้น เกี่ยวกับความสามารถของการใช้สารสกัดที่มีส่วนประกอบของฟ้าทะลายมิจฉาชีพในคนไข้ไข้หวัดใหญ่ ปริมาณ 540 คน เปรียบเทียบกับยาอะแมนตาดีน (Amantadine) ที่เป็นยารักษาโรคไข้หวัดใหญ่ ผลพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดฟ้าทะลายขโมยมีลักษณะอาการเร็วและก็อาการเข้าแทรกน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาอะแมนตาดีน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสารสกัดฟ้าทะลายมิจฉาชีพ มีประสิทธิภาพต่อการดูแลรักษาไข้หวัดใหญ่
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้
ตำรับยาไทย

  • แก้บิดจากแบคทีเรีย (บิดไม่มีตัว หรือบิดชิเกลล่า) ลำไส้อักเสบ ใช้ใบสด 10-15 กรัม ต้มน้ำผสมน้ำผึ้งกิน
  • แก้บิดจากแบคทีเรียอย่างกระทันหัน ลำไส้อักเสบ กระเพาะอักเสบ ใช้ต้นแห้ง 10-15 กรัม ต้มน้ำ รับประทานวันละชุด แบ่งรับประทานเป็น 2 ครั้ง ตอนเช้า-เย็น
  • แก้หวัด มีไข้ ปวดศีรษะ ท้องร่วง ใช้ต้นแห้งบดเป็นผุยผง ผสมน้ำสุก รับประทานทีละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง
  • แก้ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ ใช้ต้นแห้งบดเป็นผุยผงผสมน้ำสุก รับประทานครั้งละ 3 กรัม วันละ 3-4 ครั้ง
  • แก้หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ใช้ใบแห้ง 10 กรัม ต้มน้ำดื่ม
  • แก้วัณโรคปอดในระยะเริ่มแรก


           ใช้ใบแห้งบกเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดขนาดเม็ดถั่วเหลือง รับประทานทีละ 15-30 เม็ด วันละ 2-3 ครั้ง กับน้ำสุก
           ใช้ต้นแห้ง 15 กรัม ใบจับไต่กงเล้า (Mahonia bealei (Fort) Carr) 15 กรัม เถาฮงอาเสี่ยโกยฮ๊วย (Milletia reticulate Benth) 30 กรัม ต้มน้ำ แบ่งให้กินเป็น 2 ครั้ง วันละ 1 ชุด ติดต่อกัน 15-30 วัน เป็น 1 รอบ ของการรักษา

  • แก้โรคไอกรน ใช้ใบ 3 ใบ ชงน้ำ ผสมน้ำผึ้งกินวันละ 3 ครั้ง
  • แก้ความดันเลือดสูง จนถึงมีลักษณะปรากฏให้มองเห็น ใช้ใบ 5-7 ใบ ชงน้ำดื่มวันละหลายๆครั้ง
  • แก้ปากอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ใช้ใบแห้งบดเป็นผงหนัก 3-5 กรัม ผสมน้ำผึ้งรับประทานร่วมกับน้ำ
  • แก้คออักเสบ ใช้ต้นสดบดกลืนช้าๆให้ฆ่าเชื้อที่บริเวณลำคอ
  • แก้ไส้ติ่งอักเสบ ใช้ต้นแห้ง 25 กรัม กับดอกต้นเบญจมาศสวน (Chrysanthemum indicum L.) 30 กรัม ต้มน้ำกินวันละ 2 ชุด
  • แก้จมูกอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ปอดฟัน ใช้ต้นแห้ง 10-15 กรัม ต้มน้ำดื่มหรือใช้ต้นสดตำคั้นเอาน้ำหยอดหูอีกด้วย
  • แก้โรคหนองใน ทางเดินเยี่ยวอักเสบ ใช้ใบสด 10-15 ใบ ตำผสมน้ำผึ้งชงน้ำกิน
  • แก้รอยแผลไฟลุก น้ำร้อนลวก ใช้ใบแห้งบดเป็นผุยผงละเอียดผสมน้ำมันพืชทา หรือใช้ใบสดต้ม เอาน้ำที่ต้มเย็นแล้วมาชะล้างบาดแผล
  • แก้พิษงูกัด


           ใช้ใบสดตำ เอาไปอังเหนือควันไฟกระทั่งติดน้ำมันจากควัน เอามาพอกที่ปากแผล หรือใช้ใบแห้ง 10-15 กรัม ต้มน้ำกิน
           ใช้ต้นสด 30 กรัม ร่วมกับ Paris polyphylla 10 กรัม ฮั่งชิ้งเช่า (Scutellaria indica L.) เลือกเอาแบบใบแคบ 30 กรัม จั่วจิเช่า ชนิดดอกขาว (Oldenlandia diffusa Roxb) 30 กรัม ต้มน้ำกินวันละ 1-2 ชุด

  • แก้ผื่น ผื่นคัน ใช้ผงยานี้ 30 กรัม ผสมน้ำมันพืชลงไป จนกระทั่งมีขนาด 100 หม่อมหลวง ใช้ทาบริเวณที่เป็น
การใช้ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

  • ใช้ฟ้าทะลายมิจฉาชีพรักษาอาการท้องร่วง โดยใช้แคปซูลของผงใบฟ้าทะลายโจรขนาด 250 มิลลิกรัม ปริมาณ 2 แคปซูล รับประทาน 4 ครั้งต่อวัน
  • ใช้ฟ้าทะลายขโมยรักษาอาการไอรวมทั้งเจ็บคอ โดยนำใบฟ้าทะลายมิจฉาชีพสดตากแห้งในร่ม บดเป็นผุยผงละเอียด เอามาปั้นเป็นยาลูกกลอน ขนาดปลายนิ้วก้อย ตากลมให้แห้ง รับประทาน 3-6 เม็ด วันละ 4 ครั้ง 3 เวลา หลังอาหารแล้วก็ก่อนนอน หรือใช้แคปซูลของผงใบฟ้าทะลายขโมย ขนาด 250 มก. จำนวน 2 แคปซูล รับประทานวันละ 4 คราวหลังของกินรวมทั้งก่อนนอน
  • ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาฝี โดยนำใบออกจะแก่ราวๆ 1 กำมือ แล้วเอาเกลือ 3 เม็ด ใส่ผสมตำรวมกันในครกพอละเอียดดี เอาเหล้าครึ่งถ้วยชา น้ำครึ่งช้อนชา ใส่รวมลงไปคนจนเข้ากันดีเทน้ำดื่มค่อนถ้วยชา กากที่เหลือพอกแผลฝี แล้วเอาผ้าสะอาดพันไว้ พอกใหม่ๆจะรู้สึกปวดนิดเดียว


ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ    ยาแคปซูล ยาเม็ด ที่มีผงฟ้าทะลายโจรแห้ง 250 มิลลิกรัม รวมทั้ง 500 มก.      ทุเลาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อโรค กินครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 2 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร    บรรเทาลักษณะการเจ็บคอ รับประทานวันละ 3 – 6 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง หลังรับประทานอาหารและก็ก่อนนอน                 บรรเทาอาการหวัด กินวันละ 1.5 – 3 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน  การใช้เพื่อรักษาหรือบรรเทาโรคอื่น หรือใช้บำรุงร่างกาย ควรต้มน้ำหรือกิน 1-3 กรัม หลังรับประทานอาหาร 1-7 วัน และก็ควรจะเว้นระยะการกิน 3-4 วัน เพื่อลดผลที่อาจเป็นเพราะเนื่องจากการสั่งสมของสารหรือได้รับสารในปริมาณมากภายในร่างกาย

การเรียนทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ลดไข้     เมื่อป้อนส่วนสกัด 85% เอทานอลจากส่วนเหนือดิน ขนาด 2.5 กรัม/กก. แก่กระต่ายที่ถูกฉีดยาไข้รากสาดน้อยเข้าใต้ผิวหนังเพื่อเจ็บป่วย พบว่าไข้ลดน้อยลง เช่นเดียวกับเมื่อป้อนสารสกัด 95% เอทานอล ขนาด 2 และก็ 4 มิลลิลิตร/กก. แก่หนูขาว albino ที่ถูกฉีดเชื้อยีสต์เข้าใต้ผิวหนังขนาด 300 มก./กก. เพื่อให้เป็นไข้ พบว่าไข้จะลดลงภายหลังที่ได้รับสารสกัด 180 รวมทั้ง 270 นาที แล้วก็มีความรู้ความสามารถสำหรับในการลดไข้เท่ากับยาลดไข้แอสไพริน แต่สารสกัดดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่สามารถที่จะลดไข้หนูขาวที่ไม่สบายด้วยเหตุว่าถูกฉีดเชื้อยีสต์ขนาด 600 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ส่วนสกัดน้ำ หรือ 50% เอทานอลจากส่วนเหนือดิน เมื่อให้ทางปากกระต่าย ขนาดสูงสุด 5 กรัม/กก. ไม่สามารถลดไข้กระต่ายที่ถูกทำให้จับไข้โดยการฉีดวัคซีนไทฟอยด์เข้าใต้ผิวหนัง  Madav S, et al. พบว่า andrographolide ขนาด 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ให้ทางสายยางเข้าไปในกระเพาะอาหารหนูถีบจักร สามารถลดไข้หนูที่ถูกทำให้ไม่สบายโดย Brewer’s yeast
ส่วนการเรียนรู้ทางสถานพยาบาลในผู้ป่วยอายุมากกว่า 12 ปี ปริมาณ 152 คน มีอาการเป็นไข้ และเจ็บคอ มารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน 6 ที่ และก็องค์การเภสัชกรรม แบ่งเป็นกรุ๊ปแบบสุ่มให้ได้รับยาพาราเซตามอล ปริมาณ 53 คน  แคปซูลฟ้าทะลายมิจฉาชีพขนาด 3 ก./วัน ปริมาณ 48 คน ขนาด 6 กรัม/วัน จำนวน 51 คน กินติดต่อกันนาน 7 วัน พบว่าในวันที่ 3 ของการรักษาคนเจ็บกรุ๊ปที่ได้รับพาราเซตามอลหรือแคปซูลฟ้าทะลายมิจฉาชีพ ขนาด 6 กรัม/วัน ลักษณะของการมีไข้และก็อาการเจ็บคอจะหายไปมากกว่ากรุ๊ปที่ได้รับฟ้าทะลายโจรขนาด 3 ก./วัน แต่ผลการรักษาไม่ได้แตกต่างกันในวันที่ 7 ของการรักษา
ฤทธิ์ลดการอักเสบ        เมื่อป้อนส่วนสกัดเอทานอล (85%) จากส่วนเหนือดิน ขนาด 2 กรัม/กิโลกรัม แก่หนูขาว พบว่าสามารถลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูที่ถูกทำให้อักเสบโดย carrageenan รวมทั้งฉีดส่วนสกัดน้ำ ส่วนสกัดเอทานอล (50%) รวมทั้งส่วนสกัดเอทานอล (85%) จากส่วนเหนือดินเข้าช่องท้องหนูขาว ขนาด 0.5-2.5, 0.06-0.25 แล้วก็ 1-2 ก./กิโลกรัม เป็นลำดับ จะสามารถลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้ แม้กระนั้นหากป้อนส่วนสกัดน้ำ และก็ส่วนสกัดเอทานอล (50%) จากส่วนเหนือดิน ขนาด 0.125-2 กรัม/กก. ไม่มีฤทธิ์ลดการอักเสบของอุ้งเท้าหนู
          เมื่อให้ผงใบฟ้าทะลายโจร 500 มก./กก. สารสกัดอัลกอฮอล์จากใบ ขนาด 200 แล้วก็ 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม  แล้วก็สารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 500 มก./กก. แก่หนูขาว พบว่าสามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูที่ถูกรั้งนำให้อักเสบโดย carrageenan ได้เท่ากับ 54.97, 38.01, 53.22 และก็ 41.23% เป็นลำดับ และมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับยาต้านการอักเสบ prednisolone ขนาด 5 มก./กิโลกรัม, indomethacin ขนาด 5 มก./กิโลกรัม และก็ ibuprofen ขนาด 10 มิลลิกรัม/กก. เมื่อให้ผงใบฟ้าทะลายขโมย สารสกัดอัลกอฮอล์ แล้วก็สารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 500 มก./กก. จะยั้งการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาวในหนูขาวที่ถูกฝังสำลีเข้าที่รอบๆท้อง พอๆกับ 40.67, 45.63 แล้วก็ 35.25% เป็นลำดับ และมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับยาต่อต้านการอักเสบ prednisolone รวมทั้ง ibuprofen  แล้วก็เมื่อให้ผงใบฟ้าทะลายมิจฉาชีพ สารสกัดอัลกอฮอล์ และสารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 200 และ 500 มก./กิโลกรัม เสมอกันทั้งยัง 3 แบบอย่าง สามารถยับยั้งการเกิด granuloma ในหนูขาวที่ถูกฝังสำลีเข้าที่เข้าทางบริเวณหน้าท้องทิ้งเอาไว้ 5 วัน พอๆกับ 11.86 และก็ 19.85%, 15.15 แล้วก็ 22.78%, 11.76 และ 15.89% ตามลำดับ และก็มีฤทธิ์ใกล้เคียงกับยาต้านทานการอักเสบ ibuprofen ผงใบฟ้าทะลายโจรรวมทั้งสารสกัดอัลกอฮอล์มีฤทธิ์ลดการอักเสบสูงที่สุด
          สาร andrographolide จากฟ้าทะลายโจรสามารถยั้งกระบวนการอักเสบได้ เมื่อป้อนให้หนูขาวในขนาด 30, 100 แล้วก็ 300 มก./กก. สามารถลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูขาวที่ถูกทำให้อักเสบโดย carrageenan, kaolin และ nystatin ยั้งการเกิด granuloma ในหนูขาวที่ถูกฝังสำลีไว้ที่หน้าท้อง และลดบวมใน adjuvant ซึ่งจะทำให้เกิดข้ออักเสบ andrographolide ขนาด 300 มก./กิโลกรัม จะยับยั้งการรั่วซึมของ acetic acid ซึ่งจะทำให้กำเนิด vascular permeability andrographolide ขนาด 20 มคกรัม/มิลลิลิตร จะลดการสร้าง a-tumor necrosing factor (ซึ่งเป็น cytokine ที่อยู่ในกระบวนการทำให้มีการอักเสบ) ของเม็ดเลือดขาวโมโนซัยท์ ที่ถูกกระตุ้นโดย lipopolysaccharide รวมทั้งเพิ่มการผลิต interleukin-1-b และก็ interleukin-6 บางส่วน ลดการผลิต a-tumor necrosing factor ในเม็ดเลือดแดงของอาสาสมัครสุขภาพแข็งแรงที่ถูกกระตุ้นด้วย lipopolysaccharide ได้มากกว่า 96% แต่ไม่เป็นผลยับยั้ง interleukin-1-b รวมทั้ง interleukin-6 สาร andrographolide ขนาด 0.1-10 ไมโครโมล คุ้มครองปกป้องการยึดติดแล้วก็เคลื่อนย้าย (adhesion and transmigration)ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลที่ถูกรั้งนำโดย -formyl-methionyl-leucyl-phenylalanine (fMLP) โดยผ่านกระบวนการที่ andrographolide จะไปลดการแสดงออก (up-expression) ของ CD11b แล้วก็ CD18 และไปแย่ง fMLP จับกับ phorbol-12-myristate-13-acetate (PMA) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้น protein kinase C ที่จะไปทำให้เกิดการผลิต ROS (reactive oxygen species)  ส่วนสกัดจากสารสกัดฟ้าทะลายโจร (ไม่กำหนดชนิดของสารสกัดและก็ส่วนที่ใช้) ความเข้มข้น 100 มค.ก./มล. จะยั้งสารที่เกี่ยวโยงกับกรรมวิธีเกิดการอักเสบ โดยไปยับยั้ง platelet activating factor (PAF) 82±3% และก็ยับยั้ง fMLP 79±4%  ซึ่งเป็นสารที่ไปกระตุ้น neutrophil granulocyte ให้ผลิตสารที่จะไปนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการอักเสบ ยิ่งไปกว่านั้นสามารถยั้ง neutrophil ในการผลิต elastase ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มีการเกิดการอักเสบได้ 73±4%   สาร andrographolide ขนาด 1-100 ไมโครโมล จะยับยั้งการสร้าง NO ในเซลล์ RAW 264.7 ที่ถูกกระตุ้นโดย lipopolysaccharide และ g-interferon ขนาดของสารที่สามารถยับยั้งได้ 50% เท่ากับ 17.4±1.1 ไมโครโมล  ยิ่งกว่านั้นยังลด inducible NO synthase protein (iNOS protein) และลดความคงตัวของโปรตีนโดยผ่านวิธีการ post-transcription และก็สารสกัดเมทานอลจากใบมีฤทธิ์ลดการสร้าง nitric oxide ของ macrophage ที่ถูกกระตุ้นด้วย lipopolysaccharide ขึ้นรถ andrographolide แล้วก็ neoandrographolide ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ จะมีฤทธิ์ยับยั้งการผลิต nitric oxide ที่ความเข้มข้น 0.1-100 ไมโครโมล แล้วก็ความเข้มข้นซึ่งสามารถยั้งการสร้าง nitric oxide 50% พอๆกับ 7.9 รวมทั้ง 35.5 ไมโครโมล ตามลำดับ ผลสำหรับการออกฤทธิ์ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร เมื่อให้สัตว์ทดสอบที่ถูกกระตุ้นด้วย lipopolysaccharide กิน neoandrographolide ขนาด 5 รวมทั้ง 25 มิลลิกรัม/กก./วัน จะยั้งการผลิต nitric oxide 35 และ 40% ตามลำดับ ส่วน andrographolide เมื่อให้ทางปาก ไม่มีฤทธิ์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น (3)  นอกนั้นยังมีการวิจัยพบว่าสาร deoxyandrographolide, didehydrodeoxyandrographolide รวมทั้ง neoandrographolide มีฤทธิ์ลดการอักเสบเช่นกัน
          การเรียนรู้ทางคลินิกในคนเจ็บแก่กว่า 12 ปี ปริมาณ 152 คน มีลักษณะอาการจับไข้ และเจ็บคอ มารับการรักษาที่โรงหมอชุมชน 6 แห่ง แล้วก็องค์การเภสัชกรรม แบ่งเป็นกลุ่มแบบสุ่มให้ได้รับยาพาราเซตามอล จำนวน 53 คน  แคปซูลฟ้าทะลายมิจฉาชีพขนาด 3 ก./วัน จำนวน 48 คน ขนาด 6 ก./วัน จำนวน 51 คน กินติดต่อกันเป็นเวลานาน 7 วัน พบว่าในวันที่ 3 ของการดูแลรักษาผู้เจ็บป่วยกรุ๊ปที่ได้รับพาราเซตามอลหรือแคปซูลฟ้าทะลายขโมย
ขนาด 6 กรัม/วัน อาการไข้และก็ลักษณะของการเจ็บคอจะหายไปมากกว่ากรุ๊ปที่ได้รับฟ้าทะลายโจรขนาด 3 ก./วัน  แต่ผลของการรักษาไม่ต่างกันในวันที่ 7 ของการรักษา
ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย  สารสกัดเอทานอล 95% จากใบอย่างเข้มข้น และก็สารสกัดน้ำจากราก ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus ในจานเลี้ยงเชื้อ สารสกัดเอทานอล 80% จากราก ขนาด 12.5 มก./มิลลิลิตร แล้วก็ 25 มิลลิกรัม/มล. ให้ผลไม่ชัดเจนในการยั้งเชื้อ Pseudomonas aeruginosa และก็ S. aureus ในจานเลี้ยงเชื้อ เป็นลำดับ แล้วก็สารสกัดน้ำร้อนจากใบอย่างเข้มข้น ได้ผลไม่ชัดแจ้งสำหรับในการยับยั้งเชื้อ S. aureus ในจานเลี้ยงเชื้อเช่นกัน ทดลองสารสกัดเฮกเซน และก็สารสกัดน้ำจากฟ้าทะลายโจรอีกทั้งต้น ความเข้มข้น 200 มิลลิกรัม/มล. ด้วยแนวทาง agar well diffusion method ไม่เป็นผลยับยั้งเชื้อ S. aureus เมื่อป้อนสารแขวนลอยของผงใบและก็ลำต้นฟ้าทะลายมิจฉาชีพแก่หนูขาว (Wistar albino weaning rats) 3 กลุ่มๆละ 24 ตัว ขนาด 0.12, 1.2 แล้วก็ 2.4 ก./กก. นาน 6 เดือน โดยมีหนูอีก 24 ตัว ทานอาหารตามธรรมดา เป็นกลุ่มควบคุม จากนั้นวางยาสลบหนู ดูดเอาเลือดจากห้องหัวใจ ตัดเนื้อเยื่อปอดและก็ตับมาวางไว้ที่จานเลี้ยงเชื้อที่มี B. subtilis รวมทั้ง pathogenic bacteria พบว่า ฟ้าทะลายขโมยทุกขนาดความเข้มข้นไม่เป็นผลยับยั้งแบคทีเรีย S. aur

14

โรคอาร์เอสวี/โรคติดเชื้อทางเดินหายใจอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial virus infection)
โรคอาร์เอสวี เป็นอย่างไร โรคอาร์เอสวี หรือโรคไวรัสอาร์เอสวี หรือ โรคติดเชื้อฟุตบาทหายใจอาร์เอสวี(Respiratory syncytial virus infection ย่อว่า RSV infection) เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเท้าหายใจที่เกิดขึ้นจากไวรัสชื่อ Respiratory syncytial virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อกำเนิดอาการต่างๆในระบบทางเท้าหายใจ ทำให้ร่างกายผลิตสารคัดหลั่งเยอะมาก เช่น เสมหะ ฯลฯ เชื้อไวรัสนี้แพร่ขยายผ่านการไอหรือจาม โดยผู้เจ็บป่วยชอบมีลักษณะอาการเบื้องต้นเหมือนเป็นหวัดหมายถึงปวดศีรษะ มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล
                ในการติดเชื้อโรคไวรัสอาร์เอสวี (RSV, Respiratory Syncytial Virus) จะเจอการติดเชื้อได้ตลอดทั้งปี ซึ่งโรคนี้จัดเป็นโรคติดโรคฟุตบาทหายใจข้างล่างในเด็กเล็กที่มักพบที่สุดโรคหนึ่ง โดยมีการคาดหมายว่าในเด็กอายุสองขวบทุกคนจะต้องเคยติดเชื้อจำพวกนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง  จริงๆแล้วไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้ฟุตบาทหายใจอักเสบในผู้เจ็บป่วยทุกช่วงอายุ แต่ชอบพบบ่อยในเด็กเล็ก
                ทั้งนี้ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory syncytial virus :RSV) เจอหนแรกเมื่อปี ค.ศ 1955(พ.ศ.2498) ในลิงชิมแปนซีที่มีอาการป่วยด้วยอาการหวัดทั้งฝูง ทำให้มีชื่อเรียกว่า Chimpanzee Coryza Agent (CCA) ก่อนจุพบว่าสามารถติดต่อไปสู่คนได้ โดยสามารถแยกเชื้อได้จากเด็กตัวเล็กๆอายุต่ำยิ่งกว่า 1 ปีที่มีลักษณะอาการปอดบวมแล้วก็เมื่อต้นปี พุทธศักราช 2553 แมกกาซีนแลนเซต อังกฤษ รายงานผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเชื้อไวรัส RSV ว่า ทำให้เด็กเป็นปอดอักเสบ หรือปอดอักเสบ เสียชีวิตปีละ 2 แสนราย ซึ่งร้อยละ 99 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยมีเด็กอายุต่ำลงมากยิ่งกว่า 5 ปีทั่วทั้งโลก ติดโรคเชื้อไวรัสดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น 33.8 ล้านคน เชื้อไวรัสอาร์เอสวีเป็นต้นเหตุการถึงแก่กรรมของเด็กตัวเล็กๆชั้น 1 เฉพาะในอเมริกาเด็กเสียชีวิตปีละ 2,500 กว่าคน  สำหรับประเทศไทยนั้นมีแถลงการณ์ว่าเฉพาะปี พ.ศ. 2552 มีเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ราว 1 ใน 4 ติดไวรัสจำพวกนี้ รวมกว่า 1 หมื่นราย
สิ่งที่ทำให้เกิดโรคอาร์เอสวี  โรคอาร์เอสวี เกิดจากเชื้อไวรัส Respiratory Syncytial Virus  (RSV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในสกุล Pneumovirus แล้วก็อยู่ในตระกูล Paramyxoviridae โดยเป็นเชื้อไวรัสที่เจอในคน โดยมักพบอยู่ในโพรงข้างหลังจมูก รวมทั้งจากการศึกษาพบว่าเชื้อไวรัสนี้สามารถก่อโรคได้ในสัตว์หลายประเภท ตัวอย่างเช่น หนู แกะ ฯลฯ  โดยปกติไวรัสอาร์เอสวีแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย(Subtype) คือ จำพวก เอ และก็ประเภทบี โดยประเภทย่อย A, มักมีความรุนแรงสูงขึ้นยิ่งกว่าประเภทย่อย B   เชื้อไวรัสอาร์เอสวี ขณะที่อยู่ภายในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันปกติ ไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายสู่คนอื่นๆได้นานราว 1 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่คนไข้เริ่มมีอาการ แม้กระนั้นแม้อยู่ในมีภูมิคุ้มกันต้านโรคต่ำจะแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้นานถึง 4 สัปดาห์
ลักษณะโรคอาร์เอสวี  ไวรัส RSV  ประเภทนี้มีระยะฟักตัวราวๆ 1 – 6 วันหน้าจากได้รับเชื้อ โดยส่วนมากมักไม่ค่อยออกอาการร้ายแรงในคนแก่ อาการที่เจอในผู้ใหญ่โดยทั่วไปมักคล้ายคลึงกับลักษณะโรคหวัด คือ ปวดหัว มีไข้ต่ำ เจ็บคอ ไอแบบไม่มีเสมหะ มีอาการคัดจมูก โดยอาการกลุ่มนี้มักหายได้เองใน 1–2 อาทิตย์  แม้กระนั้นในคนไข้ที่มีความเสี่ยงจะมีลักษณะอาการที่รุนแรงเป็นผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังเกี่ยวกับหัวใจหรือปอด หรือในคนป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำมักนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการรุนแรง นอกเหนือจากนั้นผู้ป่วยอีกกรุ๊ปที่เจอการต่อว่าดเชื้อโรคนี้ได้บ่อยและมีลักษณะอาการร้ายแรงเป็น เด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบ โดยเฉพาะในเด็กทารกจะมีอัตราความเสี่ยงที่จะมีการติดโรคในทางเดินหายใจส่วนล่างและก็ทำให้โรคมีความรุนแรงสูง
ในคนไข้ที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีอาการเริ่มเหมือนกันกับอาการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบนคือ มีลักษณะอาการเหมือนหวัดปกติ แม้กระนั้นจากนั้น 1–2 วันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการแสดงของการตำหนิดเชื้อในทางเดินหายใจข้างล่างอย่างเช่น มีไข้ ไอรุนแรง หายใจลำบากโดยอาจมีอาการหายใจเร็ว หรือมีเสียงวี๊ดขณะหายใจ
ในเด็กเล็กซึ่งยังติดต่อสื่อสารไม่ได้จะต้องบางครั้งอาจจะต้องอาศัยการสังเกตอาการ โดยในขั้นแรกจะมีลักษณะอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ซึมลง รวมทั้งรับประทานอาหารได้น้อย ต่อไป 1–3 วัน จะมีลักษณะอาการไอ จับไข้ หายใจติดขัด หายใจตื้น สั้นๆเร็วๆและอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเสียงตอนหายใจด้วย ในรายที่อาการรุนแรงมากอาจมีอาการตัวเขียวหรือสภาวะ cyanosis กำเนิดเนื่องจากการขาดออกสิเจนทำให้สีผิวออกม่วงๆโดยชอบเริ่มเห็นจากริมฝีปากหรือที่เล็บ ยิ่งไปกว่านี้แล้วการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีบางทีอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆที่พบได้ทั่วไปคือ หูชั้นกลางอักเสบ (otitis media) หรือในภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวโยงกับการติดเชื้อในทางเดินหายใจด้านล่างอื่นๆดังเช่นว่า หลอดลมอักเสบหรือปวดบวมได้

กรุ๊ปบุคคลที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคอาร์เอสวี

  • คนที่มีภูเขามิคุ้นกันของร่างกายต่ำมาก
  • เด็กคลอดก่อนกำหนดโดยเฉพาะรายที่อายุท้องต่ำกว่า 35 อาทิตย์
  • ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจ โดยเฉพาะชนิดที่มีความผิดธรรมดาสำหรับในการไหลเวียนเลือด ที่เรียกว่า Cyanotic heart disease
  • คนแก่ที่แก่ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • เด็กที่น้ำหนักตัวน้อยกว่า 5 กิโล


กรรมวิธีการรักษาโรคอาร์เอสวี โดยธรรมดา หมอวินิจฉัยผู้เจ็บป่วยโรคอาร์เอสวีจากลักษณะทางคลินิก ดังเช่นว่า ใช้เครื่องช่วยฟัง (Stethoscope) เพื่อฟังเสียงหวีดร้องในระบบทางเดินหายใจ เสียงหลักการทำงานของปอด หรือเสียงไม่ปกติจากส่วนอื่นๆในร่างกาย และก็อาศัยวิธีซักประวัติความเป็นมาผู้เจ็บป่วยโดยวิเคราะห์จาก อายุผู้ป่วย ความเป็นมาลักษณะของโรค การระบาดในแหล่งที่อยู่ที่อาศัย การระบาดในสถานที่เรียน ฯลฯ แต่ว่าบางครั้งบางคราวถ้าเกิดคนเจ็บมีอาการร้ายแรง หมอบางทีอาจต้องวิเคราะห์แยกโรคที่เกิดขึ้นจากการต่อว่าดเชื้อไวรัสชนิดอื่น หรือจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จึงจะมีการตรวจค้นเพิ่มเติมอีก ดังเช่น

  • วัดความอิ่มตัวของออกสิเจนในเลือด (Pulse Oximetry) เพื่อตรวจดูระดับออกสิเจน
  • ตรวจจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว ตรวจค้นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ
  • เอกซ์เรย์อก เพื่อตรวจค้นโรคปอดบวม
  • ตรวจค้นเชื้อไวรัสจากสารคัดเลือกหลั่งในจมูก


ในตอนนี้บางโรงพยาบาลอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการตรวจรับรองหาเชื้อด้วยวิธี RSV Rapid Ag-detection test ซึ่งสำเร็จการทดสอบข้างในไม่กี่ชั่วโมง   เนื่องด้วยโรค อาร์เอสวี เป็นโรคติดโรคที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสจึงทำให้ไม่มียารักษาอาการโดยเฉพาะ ด้วยเหตุนั้นการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ อาทิเช่น การให้ยาลดไข้ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น ส่วนในรายที่เริ่มมีลักษณะอาการร้ายแรง เป็นต้นว่า อ่อนล้า หอบ มีค่าออกซิเจนในเลือดลดน้อยลง อาจมีการให้ยาพ่นขยายหลอดลม ร่วมกับการให้ออกสิเจน ในรายที่มีอาการร้ายแรงมาก อาจจะต้องมีการใส่ท่อช่วยหายใจหรือใช้เครื่องที่ใช้สำหรับในการช่วยหายใจ นอกเหนือจากนี้บางทีอาจจะต้องมีการให้สารน้ำทดแทนเพื่อคุ้มครองป้องกันสภาวะขาดน้ำโดยเฉพาะในเด็ก ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการต่อว่าดเชื้ออื่นๆชอบได้รับยาฆ่าเชื้ออื่นๆที่สมควรตามอาการ
การติดต่อของโรคอาร์เอสวี การติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการติดต่อผ่านทางสารคัดเลือกหลั่งจากทางเท้าหายใจอาทิเช่น น้ำมูก น้ำลาย เสลด เป็นต้น แล้วก็ไวรัสจำพวกนี้สามารถทนอยู่นอกร่างกายได้หลายชั่วโมง ดังนั้นนอกเหนือจากการได้รับเชื้อผ่านการไอจามใส่กันแล้ว ยังสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสแล้วนำเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก ปากและก็เยื่อบุดวงตาได้ วันหลังการได้รับเชื้อผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่หลังติดเชื้อ 2–3 วันไปจนกระทั่ง 2–3 อาทิตย์ โดยเหตุนี้ในผู้เจ็บป่วยที่เริ่มมีอาการแสดงควรจะลดการแพร่ระบาดเชื้อไปยังคนอื่นๆโดยการใส่ผ้าปิดปาก ส่วนผู้ที่จำต้องคลุกคลี่กับคนป่วยก็จะต้องหมั่นล้างมือเป็นประจำรวมถึงสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเช่นกัน

การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรค อาร์เอสวี

  • พักให้สุดกำลัง หยุดงาน หยุดโรงเรียน จวบจนกระทั่งไข้จะลงปกติแล้ว 48 ชั่วโมง
  • ล้างมือเสมอๆและก็ทุกคราวก่อนที่จะรับประทานอาหารและข้างหลังเข้าสุขาภ
  • แยกของใช้ต่างๆจากคนในบ้าน
  • ไม่ไปในที่แออัด/ที่ชุมชน
  • รู้จักใช้หน้ากากอนามัย
  • กินอาหารมีประโยชน์ครบทั้งยัง 5 หมู่
  • ในกรณีที่พบหมอแล้ว ให้รับประทานยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบ
  • ดื่มน้ำมากๆเนื่องจากว่าน้ำจะช่วยทำให้สารคัดหลัง ยกตัวอย่างเช่น เสมหะ หรือน้ำมูก ไม่เหนียวจนถึงเกินไป และไม่ไปกีดกั้นการทำงานของระบบทางเท้าหายใจ
  • นั่งหรือนอนในตำแหน่งที่หายใจได้สบาย อาทิเช่น นั่งตัวตรง ไม่ห่อตัว ใช้หมอนที่ไม่นุ่มหรือแข็งเหลือเกิน
  • ใช้ยาหยอดจมูก เพื่อช่วยลดอาการบวมของจมูก บางทีอาจล้างจมูกด้วยน้ำเกลือแล้วก็ดูดน้ำมูกเพื่อทำให้ทางเท้าหายใจเตียนขึ้น
  • ถ้าอาการต่างๆเลวลง ให้รีบไปโรงหมอ เช่น ไข้สูงมากขึ้น ไอมากยิ่งขึ้น มีเสลดมากขึ้น เสลดเปลี่ยนเป็นสีอื่น ตัวอย่างเช่น เขียว น้ำตาล เทา


การป้องกันตนเองจากโรคอาร์เอสวี เนื่องจากว่าในประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนปกป้องเชื้อไวรัส RSV จึงทำให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเชื้อไวรัสในช่วงที่แพร่ระบาดได้มาก ก็เลยควรมีการคุ้มครองป้องกันตนเองดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาด ล้างมือเป็นประจำได้แก่ ก่อนมื้ออาหาร หลังเข้าห้องน้ำ เป็นต้น
  • ชำระล้างบ้านอยู่เสมอ เพื่อลดการแพร่ขยายของเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้ว ควรจะทิ้งลงไปในถังสำหรับใส่ขยะที่ปิดมิดชิด
  • ไม่สมควรใช้ถ้วยน้ำร่วมกับคนอื่น ควรใช้แก้วน้ำของตัวเอง แล้วก็หลีกเลี่ยงการใช้ถ้วยน้ำที่ผู้เจ็บป่วยใช้แล้ว
  • ไม่ควรอยู่สนิทสนมกับคนป่วยที่เป็นหวัด โดยเฉพาะสถานศึกษา หรือในที่ชุมชนที่มีคนหนาแน่น ในช่วงระบาดของโรค
  • เมื่อจะต้องอยู่ในอากาศที่หนาวเย็น ควรจะทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ


สมุนไพรที่ช่วยป้องกัน/รักษาโรคอาร์เอสวี ด้วยเหตุว่าโรคอาร์เอสวี เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสและก็สามารถติดต่อได้ทางสารคัดเลือกหลั่งของร่างกายโดยการ ไอ จาม รดกัน ซึ่งจะเกิดการฟุ้งกระจายของละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้เจ็บป่วยซึ่งหากผู้ที่อยู่ใกล้ชิด สูดเอาละอองนั้นไปก็จะเกิดการติดต่อกันรวมถึงการสัมผัสสารคัดเลือกหลั่งต่างๆที่ปนเปื้อนในข้าวของต่างๆของคนป่วยด้วย ซึ่งเป็นโรคที่มีมูลเหตุ,อาการ รวมถึงการติดต่อคล้ายกับหวัดมาก ยิ่งกว่านั้นยังเป็นโรคในระบบทางเท้าหายใจเหมือนกันอีกด้วย ด้วยเหตุนี้สมุนไพรที่จะช่วยคุ้มครองป้องกัน/รักษาโรคอาร์เอสวีนั้น ก็เลยเป็นสมุนไพรลักษณะเดียวกันกับหวัด (อ่านหัวข้อสมุนไพรที่ช่วยปกป้อง/รักษาโรคหวัดในเรื่องหวัด)
เอกสารอ้างอิง

  • อาจารย์ ดร.ภก.ปิยทิพย์ ขันตยาภรณ์.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.ไวรัสร้ายของลูกน้อย.โรคอาร์เอสวี (RSV).ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ดร.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล.ไวรัส RSV เชื้ออันตรายที่คล้ายไข้หวัด. Rama Channal. ภาควิชากุมรเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. http://www.disthai.com/
  • Dawson-Caswell,M., and Muncle, JR, H. Am Fam Physician.2011;83(2):141-146
  • Mayo Foundation for Medical Education and Research. Respiratory syncytial virus (RSV). [Accessed on July 2016]
  • ไวรัสRSV-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์.
  • Krilov L.R. Respiratory Syncytial Virus Infection. [Accessed on July 2016]
  • Falsey,A. et al. NEJM.2005;352(17): 1749-1762



Tags : โรคอาร์เอสวี/โรคติดเชื้อทางเดินหายใจอาร์เอสวี,

15

สมุนไพรกำลังกระบือ
กำลังควาย Excoecaria cochinchinensis Lour.
ชื่อพ้อง E. bicolor Zoll. Ex Hassk.
บางถิ่นเรียกว่า กำลังกระบือ ลิ้นกระบือ ควายเจ็ดตัว (กลาง) ควาย (ราชบุรี).
   ไม้พุ่ม สูง 70-150 เซนติเมตร กิ่งเรียวเล็ก เปลือกสีแดงอมม่วง. ใบ คนเดียว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานปนไข่กลับ กว้าง 1.2-4 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบแหลม ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้นๆขอบของใบหยักห่างๆเส้นใบ 12-13 คู่ ใบอ่อนสีแดง ใบแก่ด้านบนสีเขียว ข้างล่างสีแดงอมม่วง ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. หูใบรูปหอก ปลายแหลม ยาวประมาณ 1 มม. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ และที่ยอดมีทั้งยังดอกเพศผู้ ดอกเพศภรรยา รวมทั้งดอกสมบูรณ์เพศ บางทีอาจจะอยู่บนต้นเดียวกัน หรือ ต่างต้นกันก็ได้. สมุนไพร ดอกเพศผู้ รวมทั้ง ดอกบริบูรณ์เพศ ช่อยาวประมาณ 2 ซม. ใบประดับประดาสามเหลี่ยม ปลายเรียวแหลม ยาวราว 0.8 มม. กลีบรองกลีบดอกไม้ 3 กลีบ รูปยาวแคบปลายแหลม ยาวราว 1 มม. เกสรผู้ 3 อัน อับเรณูกลม. ดอกเพศเมีย กลม ชอบออกทีละ 3 ดอก ใบแต่งแต้มราวกับดอกเพศผู้ ก้านดอกสั้นมากมาย กลีบรองกลีบ 3 กลีบ รูปไข่ปลายแหลม ขอบหยักบางส่วน ยาวราว 1 มม. รังไข่รูปไข่ มีท่อรังไข่ 3 อัน ไม่ติดกัน. ผล เป็นชนิดแก่แล้วแห้ง ไม่มีเนื้อ มี 3 พู เส้นผ่านศูนย์กลางราว 1 เซนติเมตร เม็ด กลม เส้นผ่านศูนย์กลางราว 4 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: เป็นพืชพันธุ์ไม้เขตร้อน ปลูกทั่วไปเป็นไม้ประดับ.
 คุณประโยชน์ : ต้น ยางจากต้นเป็นพิษมากมาย ใช้เบื่อปลา ใบ เนื่องจากว่าท้องใบมีสีแดง จึงเช้าใจกันว่าใช้รักษาโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของระบบเลือดบางชนิด ชาวชวาใช้ใบตำเป็นยาพอกห้ามเลือด แบบเรียนยาโบราณใช้ใบรับประทานเป็นยาขับเลือดเสียแล้วก็น้ำคร่ำ ในสตรีหลังคลอดบุตร

หน้า: [1] 2 3 ... 5